Electronic Data Interchange (EDI) หมายถึง การแลกเปลี่ยนข้อมูล
ธุรกิจ ที่ใช้อยู่เป็นประจำในรูปแบบมาตรฐานผ่านทางคอมพิวเตอร์ รูปแบบมาตรฐาน
ที่ใช้จะต้องได้รับการยอมรับจากกลุ่มผู้แลกเปลี่ยนข้อมูล หรือเลือกมาจากมาตรฐานที่
พัฒนาจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับในการออกมาตรฐานต่าง ๆ เช่น American
National Standard Institute (ANSI) หรือ International Standards
Organization (ISO) EDI เป็นเทคโนโลยีหลักที่ใช้ในธุรกิจอิเลคทรอนิกส์ (Electronic
Commerce) เอกสารจำพวกใบสั่งซื้อ, ใบเสนอราคา, ใบกำกับสินค้า และเอกสาร
อื่น ๆ เมื่อนำ EDI มาใช้แทนได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเช่นเดียวกับเทคโนโลยี
อื่น ๆ EDI ไม่ได้เป็นเป้าหมายโดยตัวของมันเอง เมื่อได้ใช้งานจะเกิดผลประโยชน์
ทางด้าน IT เช่น ลดค่าใช้จ่ายในการคีย์ข้อมูล, ได้ข้อมูลที่ถูกต้องมากขึ้น, ติดต่อ
สื่อสารได้รวดเร็วขึ้น และลดงานทางด้านเอกสารซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจให้มี
ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


EC (Electronic Commerce) เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านธุรกิจ
โดยไม่ใช้กระดาษ แต่ใช้ EDI, E-mail, Electronic bulletin boards, electronic
funds transfer (EFT) และเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกันนี้ เทคโนโลยีเหล่านั้น
ส่วนใหญ่จะใช้ในการใช้จ่ายที่มีมูลค่าสูง การส่งจดหมาย และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ใช้
กระดาษโดยทั่วไปจะเพิ่มค่าใช้จ่ายแต่ไม่เพิ่มมูลค่า การกำเนิดของ EC ทำให้ได้รับ
ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมเสมือนการสร้างสะพานข้อมูลอิเลคทรอนิกส์ภายใน
กลุ่มธุรกิจการค้า EDI ถูกพัฒนาสำหรับการแลกเปลี่ยนเอกสารทางการค้าที่มีปริมาณสูง
ในรูปแบบอิเลคทรอนิกส์มาตรฐาน ระหว่างกระบวนการทางธุรกิจคู่ค้า แต่สำหรับ E-mail
เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างแน่นอนในรูปแบบอิเลคทรอนิกส์ระหว่างผู้คน
ตั้งแต่กลุ่มธุรกิจผู้ขายที่จะเกิดขึ้นนั้นจะเกิดจากขนาดของธุรกิจ และความสามารถทาง
ด้านเทคโนโลยี การกำเนิดของ EC ในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้เกิดการใช้ทั้ง EDI และ E-mail
เพื่อที่จะทำให้แน่ใจว่า กำแพงกั้นที่มีอยู่ในการทำธุรกิจกับรัฐบาลได้ลดน้อยลงหรือ
กำแพงไม่ได้เกิดขึ้นจาก application ที่ไม่เหมาะสมของเทคโนโลยีที่ไม่เกิดประโยชน์แต่
อย่างใด เพื่อตระหนักถึงประโยชน์ที่แท้จริง การเริ่มต้นของ EC จะทำให้รูปแบบ,
กระบวนการ, การร่วมมือ, การกระจาย และการประสานงานด้านธุรกิจเกิดขั้นได้
โดยอัตโนมัติอย่างไรก็ตาม EC มีความหมายมากกว่าแค่การทำงานให้กระบวนการทำงาน
ของมนุษย์เป็นไปโดยอัตโนมัติ และกำจัดงานทางด้านเอกสาร แต่ยังสามารถช่วยใน
กระบวนการจัดซื้อของรัฐบาลกลางประเทศสหรัฐอเมริกา และกระบวนการทางการเงิน
ในรูปแบบอิเลคทรอนิกส์อย่างเต็มที่ และเป็นการพื้นฐานในการเปลี่ยนรูปแบบในการ
จัดการองค์กรอีกด้วย


เนื่องจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกิจ หรือ EDI จะต้องใช้รูปแบบที่เป็นมาตรฐาน
ในประเทศยุโรปและเอเชียนั้นมาตรฐานที่ใช้กันอยู่มีชื่อว่า EDIFACT ซึ่งถูกกำหนด
ขึ้นโดย องค์การสหประชาชาติ EDIFACT ประกอบไปด้วยกลุ่มของมาตรฐานไวยากรณ์
ที่ตกลงร่วมกัน รายชื่อคำสั่ง และข้อแนะนำสำหรับการสร้างและการแลกเปลี่ยน
ระหว่างระบบคอมพิวเตอร์ของข้อมูลที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถสร้างออกมาใน
รูปแบบตัวอักษร กฎเกณฑ์ที่ใช้ใน UN/EDIFACT จะถูกตีพิมพ์ใน United Nations
Trade Data Interchange Directory (UNTDID)


ในโลกปัจจุบัน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลสื่อสารทาง
อิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกกันว่า E-Commerce เข้ามามีบทบาทต่อตัวเรามากเพียงใด
นอกจากความสามารถ และศักยภาพที่อินเตอร์เน็ตได้พัฒนาให้ทุกระบบสื่อสารสามารถ
ติดต่อถึงกันทั่วโลกได้ในระยะเวลาอันสั้น มาในวันนี้ระบบการสื่อสารของ
E-Commerce ได้พัฒนาขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง โดยมุ่งเน้นที่จะนำระบบการแลกเปลี่ยน
ข้อมูลผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้จัดการระบบงานต่างๆทางด้านธุรกิจ
เพื่อให้เกิดความคล่องตัว รวดเร็วและถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น

การพัฒนาศักยภาพ E-Commerce ดังกล่าว รวมระบบ EDI (Electronic
Data Interchange) เข้าเป็นส่วนหนึ่งในปัจจุบัน ระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านทาง
อิเล็กทรอนิกส์ หรือ EDI มิได้หยุดยั้งเพียงแค่การช่วยลดขั้นตอน, ค่าใช้จ่ายและลดเวลา
ของงานด้านเอกสาร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดเก็บข้อมูลและประสิทธิภาพของ
การประสานงานในการติดต่อพิธีการต่างๆกับระบบการขนส่งที่ถูกต้องแม่นยำเท่านั้น
หัวใจสำคัญของการบริการอยู่ที่การสร้างระบบข้อมูลที่เป็นมาตราฐานมีความสามารถใน
การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการนำข้อมูลมาบริหารเพื่อการค้าอย่าง
ต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพทั้งในแง่ของการแสดงสถานะของบริษัทและความสามารถทราบถึง
การเชื่อมโยงการบริหารระบบข้อมูลต่างๆ เพื่อควบคุมวัตถุดิบ, สินค้าคงคลัง และระบบ
การเงินที่เหมาะสม ของแต่ละลูกค้าได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าหากผู้ใช้บริการ EDI มีโครงสร้างข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ โครงสร้าง
ข้อมูลดังกล่าวจะมีบทบาทอย่างมากในการดึงกลับมาใช้พัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถ
ของธุรกิจ ซึ่งหมายรวมถึงการพัฒนาโครงสร้างโดยรวมของประเทศ

แนวทางการพัฒนาระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ในระดับ
สากล ได้มีการพัฒนามาแล้วเป็นเวลาช้านาน ไม่เพียงแต่ในทวีปยุโรปและทวีปสหรัฐอเมริกา
ที่ได้มีการตื่นตัวเรื่อง EDI แต่ในเพื่อนบ้านเราแถบทวีปเอเซียเองก็ได้พัฒนาใช้ระบบการ
แลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านทางระบบ EDI จนประสบความสำเร็จมาเป็นเวลานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็น
สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เป็นต้น


แนวทางการพัฒนาระบบข้อมูลสื่อสารในประเทศไทยด้วยระบบแลกเปลี่ยนข้อมูล
ผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EDI ได้ถูกริเริ่มกันมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี จนเมื่อวันที่
19 กันยายน พ.ศ. 2538 คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้จัดตั้งบริษัทผู้ให้บริการ
แลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ขึ้น ในนาม บริษัท เทรดสยาม จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์
หลักที่จะมุ่งเน้นให้ บริษัท เทรดสยาม จำกัด เป็นองค์กรกลางที่ให้บริการ EDI ทางการค้า
ระหว่างประเทศแก่หน่วยงานทั้งทางภาครัฐบาลและภาคเอกชน นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นให้บริษัท
เทรดสยาม จำกัด เป็นศูนย์กลางในการบริการส่งเสริมให้เกิดการใช้ EDI อย่างแพร่หลายโดย
เฉพาะในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ

แนวทางการดำเนินงานของบริษัท เทรดสยาม จำกัด ถูกจัดตั้งขึ้นในรูปของการ
ร่วมทุนระหว่างภาครัฐบาลและภาคเอกชน โดยมีสัดส่วนการลงทุนระหว่างภาครัฐบาล สำนักงาน
ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และภาคเอกชน ในสัดส่วนคิดเป็น 49:6:45 โดยไม่ให้มีองค์กร
ใดองค์กรหนึ่งถือหุ้นเกิน 25% เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินงานสามารถปรับตัว
ตอบสนองความต้องการและการแข่งขันในตลาดการค้าระหว่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว ขณะ
เดียวกันเพื่อให้ภาครัฐบาลมีบทบาทในการควบคุมและกำกับการดำเนินงานป้องกันการนำข้อมูล
ที่เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศซี่งถือเป็นข้อมูลของทางราชการไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม
และนับตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2540 ที่บริษัท เทรดสยามได้จดทะเบียน
จัดตั้งและเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการ ศูนย์บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
แห่งชาติ จึงได้เริ่มเกิดขึ้นอย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย




[Home] [Company Profile] [EDI] [Products & Services] [FAQ] [Contact Us] [News]

Questions or comments ? info@tradesiam.com
Copyrightฉ 1998 TradeSiam Co., Ltd. All rights reserved.