FAQ

ตัวอย่างคำถามที่รวบรวมจากผู้เข้าสัมมนา และผู้ที่มาใช้บริการที่คลีนิค EDI/ebXML ของกรมศุลกากร

เกี่ยวกับ กฎหมาย ระเบียบปฏิบัติ

  1. Q1:ใบขนสุทธินำกลับ (ของส่งไปซ่อม) จะต้องแนบเอกสารหรือไม่อย่างไร

    ให้ระบุในข้อมูลว่าเป็นใบสุทธินำกลับ ไม่ต้องแนบเอกสารแต่ต้องสำแดงข้อมูลใน Description of Goods และ Shipping Mark ให้ชัดเจน(กรณีไม่มีให้ระบุคำว่า "NO SHIPPING MARK" ถ้าเป็นรูปภาพให้ระบุคำว่า "PICTURE" ถ้าเป็นข้อความให้บันทึกเป็นข้อความตามจริง)

  2. Q2:สินค้าที่ออกจากคลังทัณฑ์บนจะทำอย่างไร ในเมื่อไม่มีการตรวจและไม่มีการแจ้งให้หน่วยงานปลายทางทราบว่าสินค้าได้ขนออกจากคลังแล้ว

    ให้ผู้ส่งของออกจากคลังทัณฑ์บน ส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาออกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรก่อนการขนย้ายจากคลังทัณฑ์บนที่เก็บของนั้น เจ้าหน้าที่ที่หน่วยงานปลายทางสามารถตรวจสอบข้อมูลใบขนสินค้าได้จากระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งในข้อมูล จะมีการระบุรหัสคลังสินค้าทัณฑ์บน(Establish No)

  3. Q3:ข้อมูลในระบบ Paperless เช่น ท่าส่งออก ชื่อเรือ เที่ยวเรือ ประเทศผู้ขาย ประเทศปลายทาง ชื่อผู้ซื้อสินค้า สกุลเงินต่างประเทศ เงื่อนไขในการส่งมอบ สามารถแก้ไขได้หรือไม่

    สามารถขอแก้ไขได้ตาม ประกาศกรมศุลกากรที่116/2549 หมวดที่ 5 กระบวนการทางศุลกากรเกี่ยวกับการนำของออก ส่วนที่ 7 การแก้ไขข้อมูลการส่งออก และเพิ่มเติม ประกาศกรมศุลกากรที่ 32/2550 ส่วนที่ 2 การผ่อนผันฯ โดยสามารถจัดทำคำร้องขอแก้ไขทั้งข้อมูล

  4. Q4:ผู้รับผิดชอบการบรรจุ คือใคร

    1. กรณี บรรจุตู้ที่โรงงาน
    2. กรณี บรรจุขึ้นรถที่ Shipping
    3. กรณีออกจากผู้ส่งของ

    สามารถดูได้ตามประกาศฯ ที่ 57/2549 ส่วนที่ 3 การส่งข้อมูลใบกำกับการขนย้ายสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร โดยผู้ส่งออกที่บรรจุตู้ FCL สามารถส่งข้อมูลใบกำกับฯได้เอง กรณีตู้ LCL ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบการบรรจุโดยตรงต้องรวบรวมข้อมูลใบขนสินค้าที่บรรจุเข้าตู้และส่งข้อมูลใบกำกับฯให้เอง

  5. Q5:การจัดทำใบกำกับฯ LCL ใครเป็นผู้จัดทำ ให้ผู้ส่งออกเป็นผู้ส่งข้อมูลใบกำกับได้หรือไม่

    1. ผู้รับผิดชอบการบรรจุสินค้า เป็นผู้จัดทำใบกำกับการขนย้าย ทั้งนี้ผู้รับผิดชอบการบรรจุจะต้องมาจดทะเบียนเป็นผู้ผ่านพิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อส่งข้อมูลใบกำกับฯ เข้าสู่ระบบของกรมศุลกากร
    2. ในกรณีของตู้ LCL จะต้องจัดทำรายละเอียดทั้งตู้ฯ ใน 1 ใบกำกับฯ ดังนั้นผู้ส่งออกจะส่งข้อมูลใบกำกับฯไม่ได้ เพราะว่าผู้ส่งออกจะทราบเฉพาะใบขนฯของผู้ส่งออกเท่านั้น (ไม่ทราบเลขที่ใบขนฯของผู้ส่งออกรายอื่น)
  6. Q6:ใครเป็นผู้ส่งข้อมูลใบกำกับฯ ระหว่าง Customs Broker กับ Agent

    ผู้จัดทำใบกำกับฯ คือผู้รับผิดชอบการบรรจุ ผู้รับผิดชอบการบรรจุจะส่งข้อมูลด้วยตนเองหรือให้ตัวแทน ส่งข้อมูลแทนได้ หรือ ใช้บริการ Service Counter เอกชนก็ได้

  7. Q7:ในกรณีส่งออก LCL ถ้ามีการ Short Ship มีระยะเวลาการ key ข้อมูล Short Ship หรือไม่

    1. สามารแจ้งข้อมูล Short ทางอิเล็กทรอนิกส์ ภายใน 10 วัน นับแต่วันตัดบัญชีใบกำกับการขนย้ายสินค้า (ไม่พิจารณาความผิด)
    2. หากทราบรายการ Shot ภายหลัง 10วัน นับแต่วันตัดบัญชีใบกำกับการขนย้ายสินค้า ต้องยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่ หน่วยบริการศุลกากร ณ ท่า/ที่ ที่ส่งออก
  8. Q8:กรณีพิจารณาความผิด หากมีการส่งข้อมูลผิด การแก้ไขข้อมูลเปรียบเทียบปรับอย่างไร

    ขณะนี้กรมผ่อนผันการปรับถึง 31 ธ.ค. 2550 ตามประกาศกรมศุลกากรที่ 32/2550

  9. Q9:มีการส่งออกหลายตู้ แต่มี 1 ตู้ที่ตกเรือ จะต้องยกเลิกใบกำกับตู้ที่ตกหรือไม่ หรือทำใบตัด Short แทน และใครเป็นผู้แก้ไข

    กรณีขอตรวจรับกลับคืนบางส่วนหรือกลับคืนทั้งหมด ให้ยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่หน่วย ควบคุมทางศุลกากร ณ ท่า/ที่ ที่ส่งออก เพื่อพิจารณาอนุญาต เป็นการส่งของออกไม่ครบจำนวน ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การขอตรวจรับกลับคืนบางส่วน

Q10:เปลี่ยนเรือ ตัวแทนเรือ แจ้งเปลี่ยนแก้ไขภายในกี่วัน และใช้เอกสารใดบ้าง หาก Shipping ทราบภายหลังบรรจุแล้ว Shipping แจ้งแก้ไขได้หรือไม่ เป็น electronic หรือติดต่อกรม

กรณีที่มีการเปลี่ยน ชื่อเรือ เที่ยวเรือ โดยไม่เปลี่ยนเขตท่า ตัวแทนเรือจะเป็นผู้ยื่นคำร้องขอแก้ไขต่อหน่วยบริการศุลกากร ณ ท่า/ที่ ที่ส่งออก ถ้าหากเป็นความผิดพลาดที่เกิดจากผู้รับผิดชอบการบรรจุ ส่งข้อมูล ชื่อเรือ เที่ยวเรือ ไม่ถูกต้อง ผู้รับผิดชอบการบรรจุจะต้องเป็นผู้ยื่นคำร้องขอแก้ไขด้วยตนเอง เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับคำร้องและตรวจความถูกต้องแล้วจะทำการแก้ไขข้อมูลให้

Q11:การยื่นคำร้องต่างๆในระบบ e-Export จำเป็นหรือไม่ที่ต้องยื่นที่ท่าส่งออก

  1. ตามประกาศกรมฯ 116/2549 และ 32/2550 ให้ยื่นคำร้องต่าง ๆ ณ ท่า/ที่ ที่ส่งออก
  2. ขณะนี้กรมฯอยู่ระหว่างพิจารณาจัดตั้งศูนย์บริการสำหรับรับคำร้องและแก้ไขข้อมูล ได้ที่ส่วนกลาง จะมีประกาศให้ทราบเป็นทางการ

Q12:- FCL บริษัทคีย์ข้อมูลผิดพลาด บริษัทรับผิดชอบเรื่องค่าปรับ
- LCL เอเยนต์คีย์ข้อมูล ถ้ามีการผิดพลาด ตู้ผ่าน Sub Gate ไปแล้ว ถ้ามีค่าปรับกรมฯ จะปรับใคร

ผู้รับผิดชอบในการจัดทำใบกำกับการขนย้ายสินค้า คือ ผู้รับผิดชอบบรรจุสินค้าและส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบของกรมฯ และรับผิดชอบความผิดพลาดของข้อมูล ดำเนินการแก้ไขและเปรียบเทียบปรับตามระเบียบของกรมฯ ปัจจุบันกรมฯ มีการผ่อนผันการปรับ ตามประกาศกรมฯ 32/2550

Q13:ในกรณีส่งเบอร์ตู้ไปแล้วแต่ Agent เปลี่ยนแปลง ถ้าแก้ไขก่อนหรือหลังวันเรือออก ทางกรมฯ จะปรับหรือไม่

ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงหมายเลขตู้หลังจากส่งข้อมูลใบกำกับฯและได้รับเลขที่ใบกำกับจากกรมฯแล้ว แต่ตู้สินค้ายังไม่ผ่าน Sub gate สามารถส่งข้อมูลที่มีหมายเลขตู้ที่ถูกต้องมาใหม่

Q14:กรณีส่งสินค้าขาออก จำนวน น้ำหนัก ของสินค้าลดลงแต่ราคาเพิ่มขึ้น สามารถตัด Short ได้หรือไม่ หรือมีวิธีดำเนินการอย่างไร

กรณีที่ จำนวน น้ำหนักของสินค้า ลดลง สามารถ ตัด Short ทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตามปกติ สำหรับสินค้าที่ราคาเพิ่มขึ้น ให้ยื่นคำร้องขอแก้ไขใบขนฯ ต่อไป

Q15:หากระบุเลขที่ Invoice ผิด แก้ไขได้หรือไม่

ถ้าเครื่องกรมฯ ออกเลขที่ใบขนฯ ให้แล้ว ต้องยกเลิกใบขนฯ ฉบับแรก และส่งข้อมูลใบขนฯ ที่ระบุเลขที Invoice ที่ถูกมาใหม่ แต่ถ้าหากสินค้าผ่าน Sub gate และมีการตรวจปล่อยแล้ว จะยกเลิกไม่ได้ ต้องยื่นคำร้องขอแก้ไข ที่หน่วยควบคุมทางศุลกากร ณ ท่า/ที่ ที่ส่งออก

Q16:กรณีสินค้าเป็นประเภทเดียวกัน ราคาขายเดียวกันแต่ต่างกันที่รูปแบบหรือสี จะลงชื่อใน Invoice เป็นรายการเดียว แต่ไปแยกรายละเอียดใน Packing List ได้หรือไม่

ดูรายละเอียดหลักเกณฑ์ การรวมรายการของใบขนสินค้า ตามประกาศกรมฯ 39/2550

Q17:ส่งออกแหลมฉบัง ยื่นรับรองใบขน(เสีย 40 บาท) เช่น BOI ที่ท่ากรุงเทพฯได้หรือไม่

หากต้องการขอรับรองใบขนสินค้า สามารถยื่นรับรองใบขนฯ ได้ที่หน่วยบริการศุลกากร ทุกหน่วยงาน แผ่นละ 40 บาท แต่กรมฯได้มีการประสานงานและมีการลงนามร่วมกัน
กับ BOI แล้วโดย บริษัทสามารถพิมพ์ใบขนสินค้าจากระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทเอง

Q18:ขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการตรวจปล่อยและการแก้ไขข้อมูลแต่ละท่าจะเหมือนที่แหลมฉบังหรือไม่ เช่น ท่าเรือกรุงเทพ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือ ท่าเอกชนอื่นๆ

ใช้หลักการปฏิบัติเช่นเดียวกัน ตาม ประกาศกรมฯ ที่116/2549 และ ประกาศกรมฯ ที่ 32/2550

Q19:ใบอนุญาตต่างๆ ต้องยื่นที่ใดและให้ระยะเวลานำส่งเท่าไหร่

ให้ผู้ส่งออกเขียนหรือพิมพ์เลขที่ใบขนสินค้าขาออกลงในใบอนุญาตและยื่นต่อหน่วยควบคุมทางศุลกากรของท่า หรือ ที่ส่งออก ภายใน 15 วัน นับแต่วันตัดบัญชีใบกำกับการขนย้ายสินค้า หรือ ส่งเอกสารดังกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงหน่วยควบคุมทางศุลกากร ณ ท่า หรือ ที่ส่งออก โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นวันยื่นเอกสาร หลักเกณฑ์การยื่นตาม ประกาศกรมฯ 32/2550 ส่วนที่ 2 ข้อ 4 (5)

Q20:หากบริษัทยื่นจดทะเบียนไปตั้งแต่ประกาศ 57/2549 แล้ว จำเป็นต้องยื่นใหม่หรือไม่

ไม่จำเป็น เนื่องจากมีข้อมูลในระบบอยู่แล้ว แต่หากบริษัทประสงค์จะแจ้งเพิ่ม / ลด ชื่อพนักงาน,ตัวแทนออกของ ฯลฯ สามารถแจ้งเพิ่มได้ตลอดเวลา

Q21:ใบขนพิเศษ ต้องปฏิบัติลงทะเบียนหรือไม่ อย่างไร่

ผู้นำเข้าและผู้ส่งออก ต้องมาจดทะเบียนใหม่ทุกราย

Q22:Air – Sea (ถ่ายลำ) ปฏิบัติอย่างไร

ปฏิบัติตามระเบียบเดิม

Q23:ใบขนขาออกที่ต้องยื่นให้สรรพากรตรวจสอบ หากใช้ E-Export จะไม่มีใบขนขาออก จะทำอย่างไร กรณีถูกสรรพากรตรวจสอบ

กรมศุลกากร ส่งข้อมูลการส่งออก ให้ กรมสรรพากรและมีการลงนามในข้อตกลงการใช้ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกันแล้ว หากกรมสรรพากรประสงค์ใช้ใบขนสินค้า บริษัทสามารถพิมพ์ใบขนสินค้าจากระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทเอง โดยพิมพ์ Status 04 พร้อม

เกี่ยวกับการปฏิบัติพิธีการส่งออก ณ ท่าที่ส่งออก สทบ.

Q1:ส่งข้อมูลแล้วแต่ลูกค้ายกเลิกออเดอร์ ต้องทำอย่างไรบ้าง

  1. สินค้าผ่านเข้าไปในเขตท่าแล้ว ยกเลิกการส่งออกให้ทำการตรวจรับกลับคืน
  2. สินค้ายังไม่ได้เข้าไปในเขตท่า ให้ทำคำร้องแจ้งยกเลิกใบขนฯ ที่เจ้าหน้าที่หน่วยบริการ หรือ ส่งยกเลิกใบขนสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ได้

...

Q2:สถานะตู้เป็น 0309 ตั้งแต่เดือน ม.ค. และ ก.พ.แล้วแต่ไม่เปลี่ยนเป็น 0409 ต้องทำอย่างไรบ้าง

  1. ตรวจสอบชื่อเรือ(Vessel Name), เที่ยวเรือ(Voyage No), ท่าที่ส่งออก(Load Port) และ หมายเลขตู้ฯ ว่าถูกต้องหรือไม่
  2. ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่รับรายงานเรือออกว่า มีข้อมูลเรือแล้วหรือยัง
  3. ตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่โหลด Tally ว่ามีหมายเลขตู้นี้ไปกับเรือนี้หรือไม่

Q3:กรณีผู้ส่งออกใช้ระบบ EDI/ebXML ส่งข้อมูลและตรวจปล่อยที่งาน ฝบศ.3 สทก. แต่ปรากฏว่าไม่สามารถคืนตู้ได้ทันกำหนด และต้องส่งตู้สินค้าดังกล่าวไปขึ้นที่แหลมฉบัง กรณีนี้จะทำอย่างไร เนื่องจากไม่มีข้อมูลในระบบ Paperless ที่นั่น

ให้ทำการย้ายตู้สินค้า ไปที่ ท่าที่ส่งออกจริง และแจ้งเจ้าหน้าที่จุด Sub gate เปลี่ยนเป็น ท่าที่ส่งออกจริง (ซึ่งชื่อเรือ, เที่ยวเรือ และ หมายเลขตู้ ในใบกำกับฯต้องเป็นข้อมูลเดิม)

Q4:กรณีน้ำหนักตู้สินค้าชั่งแล้วค่าความต่างสูง ตู้สินค้านั้นสามารถลงเรือได้หรือไม่่

ถ้าเกินเกณฑ์ที่กำหนด อาจมีคำสั่งส่ง X-Ray หรือ เปิดตรวจก่อน ถ้าสินค้าในตู้ถูกต้องก็ลงเรือได้

Q5:น้ำหนักตู้ในใบกำกับ/ใบขน อาจจะไม่เท่ากับน้ำหนักที่ชั่งหน้าท่าประมาณบวก/ลบ 5 % ต้องทำการแก้ไขหรือไม่

ไม่ต้อง

Q6:ตู้มาทางรถไฟ จะมีรถของท่าเรือมารับที่สถานีรถไฟ แล้วลากเข้าท่าไปเลยโดยที่ไม่ได้ชั่งน้ำหนักที่ท่าเรือ จึงไม่สามารถทราบจำนวนน้ำหนักที่แท้จริง จึงทำให้ข้อมูลน้ำหนักไม่ตรงตามจริง จึงรับบรรทุกไม่ได้ จะทำอย่างไร

สามารถสอบถามที่ท่าเรือได้เพราะเครนยกตู้มีน้ำหนักบอก

Q7:ใบกำกับตู้กรณีฝากรถไม่ทัน แจ้งเลข 12 หลักโดยไม่มีใบกำกับไปได้หรือไม่ หรือกรณี fax ไปตามหลังก่อนเข้า Gate ได้หรือไม่

ได้ แต่ข้อมูลของใบกำกับการขนย้ายสินค้าดังกล่าว ต้องมีอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของกรมฯ โดยมีหมายเลขตู ้ถูกต้องตรงกับข้อมูล

Q8:Seal Agency ที่ใช้ Log ตู้ ยังมีหรือไม่

ขึ้นอยู่กับ Agency

Q9:ถ้าบรรจุสินค้าในเขตอารักขา ผู้รับผิดชอบการบรรจุจะต้องจัดทำ/ยื่นเอกสารใบกำกับสินค้าเมื่อใด

ผู้รับผิดชอบการบรรจุ ต้องส่งข้อมูลใบกำกับฯทางอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนสินค้า ถึง Sub gate

Q10:มีการแก้ไข เช่น เปลี่ยนเรือ – ท่า – เบอร์ตู้ ผ่าน Sub gate แล้ว (ข้อมูลในคอม) ต้องมาติดต่อผ่าน จนท. หรือไม่

ต้องยื่นคำร้องขอแก้ไข ณ ท่า/ที่ ที่ส่งออก เจ้าหน้าที่จะแก้ไขข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ให้มิฉะนั้นใบขนฯในตู้นั้นจะไม่ได้รับการรับบรรทุก

Q11:กรณีส่งออก ที่สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง หากต้องการแก้ไขข้อมูลใบกำกับ กรณีตู้ผ่าน Sub Gate แล้วจะยื่นขอแก้ไขที่ท่ากรุงเทพฯ ได้หรือไม่

  1. กรณีท่ารับบรรทุกผิด เจ้าหน้าที่ที่ สทบ. ทำการแก้ไขให้ได้ แต่ถ้าเป็นชื่อเรือ เที่ยวเรือ ในใบกำกับผิดเป็นหน้าที่ของสายเรือขอแก้ไขที่ท่านั้น
  2. ขณะนี้กรมฯ อยู่ในระหว่างพิจารณาจัดตั้งศูนย์บริการสำหรับรับคำร้องและแก้ไขข้อมูลได้ที่ส่วนกลาง จะมีประกาศให้ทราบเป็นทางการ

Q12:ขอแก้ไขหมายเลขตู้ก่อนวันเรือออก / หลังเรือออก จะต้องทำอย่างไร และต้องเสียค่าปรับหรือไม่

การแก้ไขใบกำกับการขนย้ายเรื่องหมายเลขตู้ กรณียังไม่ผ่าน Sub Gate สามารถทำได้โดยใช้ใบกำกับฯ ตามหมายเลขอ้างอิง(Reference No.) เดิม และแก้ไขหมายเลขตู้และส่งข้อมูลมาใหม่ได้ สามารถส่งได้หลายครั้ง แต่ถ้าตู้มีการตัดบัญชีใบกำกับฯผ่าน Sub Gate แล้ว ให้ยื่นคำร้องขอแก้ไขหมายเลขตู้ฯ ที่หน่วยบริการศุลกากร ซึ่ง ผ่อนผันการปรับ ตาม ประกาศกรมฯ 32/2550 ไม่สามารถแก้ไขด้วยการส่งข้อมูลใหม่

Q13:กรณีรับบรรทุกที่ท่าเรือแหลมฉบัง แต่ตรวจปล่อยที่ลาดกระบัง หากเอกสารแก้ไขชื่อเรือ/Short ของสินค้า / ราคา / ประเทศปลายทาง ต้องทำการแก้ไขที่ใด

หลักการของระบบ e-Export จะตรวจสินค้า ณ ท่าปลายทาง เท่านั้น (แหลมฉบัง) ดังนั้นการแก้ไขข้อมูล จะต้องแก้ไขที่ท่าปลายทางที่ของส่งออก(สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง)

Q14:การที่ผู้ส่งออกมีการขอตัด Short Ship บ่อยๆ ทางศุลกากรจะมีการเก็บเป็นประวัติ(ไม่ดี) หรือไม่

กรมศุลกากรมีข้อมูลการตัด Short Ship ดังกล่าว หน่วยงานที่รับผิดชอบจะเป็นผู้พิจารณาเอง

Q15:กรณีบรรจุปิดตู้จากโรงงาน ติด Profile ต้องเปิดตรวจ Seal Agent ต้องเปลี่ยนให้ไปปิดตู้ตอนไหน

กรณีมีการ Seal ของ Agent จากโรงงาน และเมื่อใบขนฯติด Profile ต้องเปิดตรวจ ณ ท่าปลายทาง ต้องมีการ Break Seal และภายหลังจากตรวจเสร็จแล้วจะต้อง Seal ใหม่

Q16:Re-Export ต้องตรวจร่วมอยู่หรือไม่

ต้องมีการตรวจ ณ ท่าที่ส่งออก

Q17:ระยะเวลาที่กรมฯตอบรับ 0409 นานเพียงใด

ถ้าการสำแดง ชื่อเรือ,Voyage No ,ท่าที่ส่งออก ในใบกำกับฯ ถูกต้อง ระบบกรมฯจะรับรองการส่งออก ให้ทันที ที่ตัวแทนเรือยื่นรายงานเรือออกและTally sheet ณ ท่าที่ส่งออก(โดยปกติตัวแทนเรือต้องยื่นรายงานเรือออกภายใน 6 วัน หลังจากเรือออกไปแล้ว)

Q18:คืนตู้ลาดกระบังหรือที่อื่น (ไม่ใช่ท่าเรือแหลมฉบัง) จะรับบรรทุกที่ท่าใด

การรับบรรทุก สามารถดำเนินการได้ ณ ท่าที่ส่งออก

Q19:ต้องมารับบรรทุก และเสียค่าธรรมเนียมรับรองใบขนฯ หรือไม่

การรับบรรทุกในระบบ e-Export ถ้าข้อมูลถูกต้องเครื่องจะรับบรรทุกโดยอัตโนมัติและแจ้งไปให้ผู้ส่งข้อมูลทราบเลย ผู้ประกอบการสามารถพิมพ์ใบขนสินค้าที่แสดง Status 0409 พร้อมวันเรือออก และรับรองใบขนฯได้เอง

Q20:Goods Control List ที่ท่าเรือ Bulk A1, A5 จะยื่นที่ใด เพราะในปัจจุบันยังไม่มี Sub Gate

ให้ยื่นต่อนายตรวจประจำเรือ

Q21:กรณีล่วงเวลาการขนย้ายสินค้าส่งออก สามารถขอที่ไหน อย่างไร (OT)

ขอได้ ณ ท่า/ที่ ที่ส่งออก

Q22:สินค้าเทกอง(Bulk Cargo) ต้องทำใบขนย้ายเมื่อใด และกรณีที่เรือรับบรรทุกสินค้าบางส่วนที่ท่าคลองเตย และรับบรรทุกสินค้าบางส่วนที่เกาะสีชัง ต้องทำใบกำกับการขนย้ายกี่ใบ

  1. สามารถส่งข้อมูลใบกำกับฯได้ล่วงหน้า ก่อนเรือออก
  2. ให้ทำ ใบกำกับ 2 ใบ

กรณีที่เป็นการส่งออกโดยใบขนฯ 1 ฉบับ และมีการบรรทุกสินค้า 2 แห่ง ให้จัดทำใบกำกับ 2 ฉบับ
ฉบับที่ 1 มีปริมาณน้ำหนักที่จะบรรทุก ณ ท่าแรก
ฉบับที่ 2 มีปริมาณน้ำหนักที่จะบรรทุก ณ ท่า ที่ 2

Q23:ถ้ามีการส่งใบขนและใบกำกับแบบ Paperless เรียบร้อยแล้ว (สินค้าเทกอง) แต่ภายหลังต้องการยกเลิกการส่งออก จะต้องยกเลิกใบขนและจะต้องยกเลิกใบกำกับหรือไม่

  1. กรณีที่ยังไม่ได้ตัดบัญชีใบกำกับฯ ผ่าน Sub gate ให้ยกเลิกใบขนสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ได้เลย ส่วนใบกำกับฯ ที่อ้างถึงใบขนฯนั้นจะถูกยกเลิกไปโดยอัตโนมัติ
  2. กรณีที่ตัดบัญชีใบกำกับฯ ผ่าน Sub gate แล้วให้จัดทำคำร้องเพื่อยกเลิกการส่งออกและขอตรวจรับกลับคืนยื่นต่อหน่วยควบคุมทางศุลกากร ไม่ต้องยกเลิกใบขนฯหรือใบกำกับฯ (เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลว่าใบขนฯนั้นๆ มีการตรวจรับกลับคืน)

Q24:สินค้าเรือ Bulk ไม่มีเบอร์ตู้จะต้องส่งเอกสารแบบใด และตัดบัญชีอย่างไรหากไม่มีน้ำหนัก EIR ( ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการแก้ไขเรื่อง BULK cargo )

  1. กรณีขนส่งทางท่อ, เรือฉลอม ให้ระบุ N/A ในช่อง หมายเลขตู้ฯของใบกำกับ
  2. กรณีขนส่งมาด้วยรถยนต์ให้ระบุหมายเลขทะเบียนรถยนต์ที่ขนส่งสินค้าเข้ามาในเขตท่า แทนการบันทึกหมายเลขตู้
  3. การตัดบัญชีใบกำกับฯประเภท ขนส่งทางท่อ,เรือฉลอม และทางรถยนต์ ไม่ต้องระบุน้ำหนัก EIR

Q25:เป็นผู้ผลิตและใช้บริการตัวแทนออกของ และใช้ระบบ e-Export แล้ว อยากทราบว่าผู้ผลิตต้องเก็บอะไรไว้บ้างเป็นหลักฐาน และจุดไหนเป็นจุดสำคัญที่ทางผู้ผลิตต้องตรวจเช็คความถูกต้องของข้อมูล ก่อนส่งข้อมูลให้กับทางกรม (ปริมาณ จำนวน ราคา ชนิดสินค้า ชื่อเรือ Voy No.คอนเทนเนอร์ ... ส่วนนี้ผู้ผลิตตรวจเช็คอยู่แล้ว อยากทราบนอกเหนือจากนี้)

ผู้ส่งออก ควรตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดก่อนส่งและเก็บข้อมูลทั้งหมดหลังการรับบรรทุก(Status 0409)ไว้เป็นหลักฐาน ในสื่อบันทึกข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นผู้ส่งข้อมูลเองหรือให้ตัวแทนส่งข้อมูล

Q26:ขอให้จัดตั้งหน่วยรับแก้ปัญหาที่แหลมฉบัง เพื่อให้คำปรึกษา หรือช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการ

จัดตั้งแล้ว (ดูรายชื่อผู้ประสานงานได้ www.customs.go.th หัวข้อ Paperless Customs “รายชื่อผู้ประสานงาน”) เปิดทำการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

Q27:ส่งตู้คืนที่ลาดกระบัง เพื่อรอขึ้นรถไฟไปแหลมฉบัง หากเกิดปัญหา ติดต่อที่ลาดกระบังหรือไม่

ให้ติดต่อ Agent ที่รับตู้

Q28:หากตู้มีติดเงื่อนไขความเสี่ยงชิปปิ้งอยู่กรุงเทพฯ ต้องทำอย่างไร

กรณีพิจารณาให้ X-Ray หากไม่พบความผิดก็ไม่ต้องไปที่ท่า หรือ ที่ส่งออก หากต้องเปิดตรวจ ต้องไปที่ท่าที่ส่งออกเพื่อดำเนินการเปิดตรวจ (เช่น ส่งออก ณ ท่าเรือแหลมฉบังต้องไปพบเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสินค้า ณ แหลมฉบัง)

Q29:ใบภาษี 01-28 ของสรรพสามิต / ใบอนุญาตกรมการขนส่ง จนท.ของกรมฯ ยังเซ็นรับรองการส่งออกให้หรือไม่ ต้องยื่นที่ใด ใครเซ็นต์ และกรณียกเว้นภาษีสรรพสามิตทำอย่างไร

ยื่นได้ที่หน่วยบริการศุลกากร ที่ท่าส่งออก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ เซ็นรับรอง
กรณียกเว้นภาษีสรรพสามิต (ยกเว้นการส่งออกสุรา) กรมฯได้ส่งข้อมูลใบขนสินค้าภายหลังการรับบรรทุกให้กรมสรรพสามิตทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว

Q30:กรณีเปิดตรวจ (0301) ต้องให้ผู้ส่งออกไปพบหรือไม่ (คืนตู้ผ่านเขต เที่ยงคืน – เรือออกเช้าวันถัดไป) ผู้ส่งออกอยู่กทม.ต้องทำอย่างไร

ผู้ส่งออก / ตัวแทน ต้องไปดำเนินการเปิดตรวจ หรือมอบหมายให้ Agent ตู้ที่รับผิดชอบร่วมตรวจสินค้าได้

Q31:พิธีการในการตรวจปล่อยในกรณีเปิดตรวจเป็นอย่างไร

จะใช้ X-RAY หรือเปิดตรวจก็ได้ ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของท่าที่ส่งออก

Q32:ในปัจจุบัน บริษัทฯส่งออกสินค้าไปขายยังประเทศมาเลเซีย ที่บริษัทฯมีการออก Invoice + Packing List เพื่อใช้เดินพิธีการ ถ้าเป็น E-Export แล้ว Invoice + Packing List ยังจะมีใช้อยู่หรือไม่

การผ่านพิธีการในระบบ e-Export ผู้ส่งออกจะต้องส่งข้อมูลใบขนฯ พร้อมรายละเอียดของ Invoice ในแต่ละรายการ ดังนั้น จึงไม่ต้องยื่น Invoice และ Packing List ขณะผ่านพิธีการส่งออก

Q33:ตู้ LCL ส่งใบขนต่างระบบ หนึ่งตู้มีหลายเจ้าของ(ผู้ส่งออก) แต่ตรวจไม่เหมือนกัน เช่น บ.A ใช้ระบบ Paperless บ.B ตรวจธรรมดา (EDI/ebXML) บรรจุอยู่ในตู้เดียวกัน จะส่งออกในระบบ Paperless ได้หรือไม่

สามารถทำได้ทั้ง 2 ระบบควบคู่กันไป

Q34:ในกรณี Load สินค้าวันจันทร์ – ศุกร์ แต่ส่ง Paperless ในวันหยุด เสาร์ – อาทิตย์หรือวันนักขัตฤกษ์ กรมฯจะมีเก็บค่าล่วงเวลาหรือไม่ อย่างไร

การส่งข้อมูลเข้าระบบกรมฯ สามารถส่งได้ตลอดเวลาไม่เว้นวันหยุดราชการโดยไม่มีการเก็บค่าล่วงเวลา กรมฯจะเก็บล่วงเวลาหากมีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่นอกเวลาราชการ

ด้านเทคนิค ระบบคอมพิวเตอร์

Q1:ตู้ LCL นำไปบรรจุที่คลองเตย แล้วจะทราบได้อย่างไรว่าสินค้าที่บรรจุนั้นได้ส่งข้อมูลใบกำกับฯแล้วหรือไม่ จะมีการตรวจสอบได้ด้วยวิธีใดบ้าง

  1. ให้ตรวจสอบกับทางผู้บรรจุ ว่าสินค้าของท่านมีการส่งข้อมูลใบกำกับฯให้กรมฯหรือไม่
  2. ทั้งนี้ระบบกรมฯ จะมีการแจ้งให้ผู้บรรจุทราบทางอิเล็กทรอนิกส์ว่าใบกำกับฯผ่าน Sub gate แล้วหรือยัง และแจ้งผู้ส่งออก สำหรับใบขนฯที่บรรจุในใบกำกับฯนั้นๆ เช่นกัน
  3. โดยผู้ส่งออกต้องตรวจสอบการตอบกลับของกรมฯ รวมไปถึงกรณีการแจ้งกลับการรับบรรทุกด้วย
  4. โทรสอบถาม Support Desk กรมฯ ที่ 0-2350-1000 ถึง 9 ว่าใบขนฯมีการส่งข้อมูลใบกำกับเข้ามาในระบบกรมฯหรือไม่

Q2:ผู้รับผิดชอบการบรรจุ เป็นผู้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้หรือไม่ หรือจะต้องเป็นผู้ส่งออกเท่านั้น

ผู้รับผิดชอบการบรรจุ เป็นผู้ส่งข้อมูลใบกำกับฯ ให้กรมฯ ดังนั้นจึงต้องลงลายมือชื่อฯ เอง หากผู้รับผิดชอบการบรรจุ ส่งข้อมูลโดยผ่านทาง Service Counter ก็สามารถเลือกลงลายมือชื่อฯ เอง หรือลงลายมือชื่อฯ ของ Service Counter ทั้งนี้ผู้รับผิดชอบการบรรจุต้องเป็นผู้รับผิดชอบข้อมูลเอง

Q3:ตู้ LCL การส่งใบกำกับฯจำเป็นต้องระบุหมายเลขตู้หรือไม่

การส่งข้อมูลใบกำกับฯ ไม่ว่าจะเป็นตู้ FCL หรือ LCL ต้องระบุหมายเลขตู้เสมอ

Q4:เครื่องหมาย หรือ ภาษาต่างประเทศไม่ใช่ภาษาอังกฤษ หรือ รูปภาพต้องทำอย่างไรบ้าง

กรณีเป็นรูปภาพ และภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษให้ระบุว่า "PICTURE"

Q5:รายละเอียดสินค้าหากยาวมาก ระบุได้ไม่หมด จะทำอย่างไร และมีปัญหาในการขอคืนอากร หรือไม่

ถ้ามีความยาวเกิน 512 ตัวอักษร ให้ใส่เพียง 512 ตัวอักษรเท่านั้น ซึ่งไม่มีปัญหาการคืนอากร หากจำเป็นต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่สำนักสิทธิประโยชน์จะแจ้งให้ทราบ

Q6:การส่งออกรถยนต์ หรือ Bulk ไม่สามารถรับบรรทุกได้เนื่องจากเลือก Cargo Packing Type เป็น Bulk หรือ Conventional

  1. ให้เลือกเป็น Conventional
  2. ในกรณีที่รับบรรทุกไม่ได้ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ท่าส่งออก

Q7:กรณีเป็นตู้ LCL สามารถใช้ Service Counter ได้หรือไม่

ใช้ได้

Q8:กรณีตรวจรับกลับคืน กรมจะแจ้ง Status กลับในระบบหรือไม่

ผู้ประกอบการต้องมายื่นคำร้องที่หน่วยบริการศุลกากร เพื่อขอตรวจรับกลับคืนและไม่มีการแจ้ง Status กลับ

Q9:ตู้เปิดตรวจผู้ส่งออก จะได้รับข้อความแจ้งหรือไม่

เมื่อเจ้าหน้าที่ที่ Sub gate ทำการตัดบัญชีใบกำกับฯ ระบบจะแจ้งผู้ประกอบการ และหากมีการติดเงื่อนไข ต้องเปิดตรวจ ระบบจะมีข้อความเพิ่มเติมว่าใบขนสินค้ามีการเปิดตรวจ ให้มาพบเจ้าหน้าที่ (แจ้งทั้งผู้ส่งข้อมูลใบขนฯ และ ใบกำกับฯ)

Q10:ผู้ส่งออกที่ใช้ตัวแทนออกของหรือ Service Counter ต้องขอ CA หรือไม่

  1. กรณีผู้ส่งออกไม่ได้เป็นผู้ส่งข้อมูลเอง ไม่จำเป็นต้องมี CA
  2. กรณีผู้ส่งออกไม่ได้เป็นผู้ส่งข้อมูลเอง แต่ประสงค์จะลงลายมือชื่อฯ ก็สามารถทำได้(ต้องมี CA)
  3. กรณีผู้ส่งออก เป็นผู้ส่งข้อมูลเอง จำเป็นต้องมี CA

Q11:กรณีคอมพิวเตอร์ของกรมฯขัดข้องจะทำอย่างไร

กรณีระบบของกรมฯ ขัดข้อง ให้ใช้ระบบ Manual สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมตามประกาศกรมฯที่ 116/2549 หมวดที่ 13 การผ่านพิธีการกรณีเครื่องคอมพิวเตอร์ขัดข้อง

Q12:ปัญหาการตอบกลับจากกรมฯ ล่าช้าทำให้การทำงานส่วนอื่นต้องล่าช้าไปด้วย จะแก้ไขปัญหาได้อย่างไร

ในภาวะปกติกรมฯจะตอบกลับภายใน 3-5 นาที และช่วงที่ปริมาณงานมากระบบจะตอบกลับภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที หากเกินระยะเวลาดังกล่าวให้ติดต่อกับ VAN ที่ผู้ประกอบการเป็นสมาชิก เพื่อตรวจสอบต่อไป

Q13:Re-Export นอกอารักขา คืน 9 ใน 10 ถ้ามีใบขนสินค้าขาเข้าหลายๆ ใบ จะบันทึกอย่างไร

ในใบขนสินค้าขาออกแต่ละรายการ ให้ระบุเลขที่ใบขนสินค้าขาเข้าและรายการใบขนสินค้าขาเข้า โดยให้สำแดงรายการในใบขนสินค้าขาออกเท่ากับจำนวนรายการของใบขนสินค้าขาเข้าที่อ้างอิง และสามารถอ้างอิงใบขนสินค้าขาเข้าได้มากกว่า 1 ฉบับ

Q14:ใบกำกับการขนย้ายเมื่อส่งผ่านแล้ว สามารถยกเลิกได้หรือไม่

ไม่สามารถยกเลิกได้ แต่สามารถแก้ไขข้อมูลได้โดยทางอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนการตัดบัญชีใบกำกับฯ ผ่านเข้า SUBGATE

Q15:ขอแก้ไขชื่อเรือ หรือ เที่ยวเรือก่อนวันเรือออก / หลังเรือออก จะต้องทำอย่างไร และต้องเสียค่าปรับหรือไม่หากส่งใบขนฯ และมีข้อผิดพลาดจะส่งซ้ำใหม่ หรือ ยกเลิกได้หรือไม่

  1. การขอแก้ไข ชื่อเรือ เที่ยวเรือ ให้ตัวแทนเรือยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่หน่วยบริการศุลกากร ทันทีก่อนการส่งออก ไม่ต้องพิจารณาความผิด แต่หากยื่นภายหลังการส่งออกให้ยื่นคำร้องต่อหน่วยควบคุมทางศุลกากร เพื่อพิจารณาความผิดต่อไป
  2. กรณีส่งข้อมูลใบขนฯ แล้วมีข้อผิดพลาด แล้วระบบของกรมฯยังไม่ได้ออกเลขที่ใบขนฯ14 หลักให้ก็แก้ไขได้ แต่ถ้าออกเลขที่ใบขนสินค้าให้แล้วต้องยกเลิกใบขนฯแล้วส่งใหม่

Q16:การสำแดงข้อมูลในใบขนฯกรณีเป็นใบสุทธินำกลับ หากส่งไปซ่อม พิกัดตรงกับชนิดของส่งออก ยังคงใช้พิกัดข้อ 1 ภาค 4 หรือไม่

รายการส่งกลับไปซ่อม (Re- Importation Certificate) ภาค 4 ประเภท 2 ให้ระบุค่าดังนี้

  1. Re- Importation Certificate = Y (ในส่วนของ Export Declaration Detail)
  2. Export Tariff = 2PART4
  3. Privilege Code = 004
  4. Tariff Code = บันทึกพิกัดศุลกากรให้ตรงกับชนิดของของที่ส่งออก

Q17:CA ได้รับแล้วจะสามารถใช้ได้หลายส่วนหรือไม่ / CA ที่ขอแล้วนั้นจะเป็นของบริษัทนั้นๆในทุกกิจกรรมหรือไม่

CA จำนวน 1 หมายเลข สามารถใช้ในการส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์กับกรมฯได้ทุกประเภท โดย CA 1 หมายเลข เป็นผู้ประกอบการ 1 บริษัทฯ หากประสงค์จะชี้เฉพาะบุคคลผู้ลงลายมือชื่อฯ เช่น ผู้จัดการ หรือ ผู้รับมอบ บริษัทฯหนึ่งๆก็สามารถมีได้หลาย CA

Q18:Shipping Mark มีรายละเอียดที่ยาว + มีสัญลักษณ์ หรือรายละเอียดอย่างเดียว ลงอย่างไร ระบุ AS Per Invoice ได้หรือไม่

ถ้ารายละเอียดมีความยาวเกิน 512 ตัวอักษร ให้ใส่เพียง 512 ตัวอักษรเท่านั้น
สัญลักษณ์ หรือ รูปภาพให้ระบุ "Picture"

Q19:การส่งใบขนสินค้าขาออกของคลังสินค้าทัณฑ์บนทั่วไป ปัจจุบันติด Error ที่กรมไม่สามารถทำได้ ขอทราบรายละเอียดการส่ง

การส่งสินค้าจากคลังสินค้าทัณฑ์บนส่งออกไปต่างประเทศ ให้ระบุค่าดังนี้

  1. Establish No = รหัสคลังสินค้าทัณฑ์บน จำนวน 4 หลัก (ในส่วนของ Export Declaration Control)
  2. Bond = Y (ในส่วนของ Export Declaration Detail)
  3. Privilege Code = 003
  4. Export Tariff = 9PART3
  5. Tariff Code = บันทึกพิกัดศุลกากรให้ตรงกับชนิดของของที่ส่งออก
  6. Bond Formula No = เลขที่สูตรการผลิตกรณีเป็นคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้า

Q20:สินค้าส่วนบุคคล ส่งออก E-export ได้หรือไม่

(สามารถส่งได้ ถ้ามีข้อมูล Invoice) โดยผู้ส่งออกต้องมาลงทะเบียนเป็นผู้ส่งออกในระบบ

Q21:ถ้ายังไม่ขึ้นทะเบียน Paperless แล้วต้องการส่งออก ทำได้หรือไม่

ต้องมีการลงทะเบียนกับกรมฯก่อน จึงจะใช้ระบบ Paperless ได้

ด้านสิทธิประโยชน์

Q1:ปัจจุบัน การขอคืนเงินชดเชยอากร ไม่ได้ เพราะพิกัด 8 หลัก ยังไม่อนุมัติ เริ่มส่งออก มกราคม 2550 แต่ผู้ส่งออกต้องการ นำบัตรภาษีนำเข้าไปใช้ชำระภาษีสรรพากร แต่เมื่อไม่ได้บัตรภาษีมาจำเป็นต้องมีการกู้ยืมเงินต้องเสียดอกเบี้ย ดังนั้นรัฐบาล ควรชดเชยค่าดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการ ถูกต้องหรือไม่

กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการของ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

Q2:ปัจจุบันทางบริษัทฯ ใช้สิทธิประโยชน์ 19ทวิ และยกเว้นภาษีสรรพสามิตกับทางกรมสรรพสามิต ซึ่งทางบริษัทฯ ใช้ใบขนฯ มุมน้ำเงินสลักหลังและแบบ ภษ01-28 ของกรมสรรพสามิต ยื่นเพื่อขอยกเว้นภาษีสรรพสามิต กรณีที่เป็นระบบไร้เอกสารแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง

ระบบนี้จะไม่มีใบขนฯมุมน้ำเงิน ซึ่งกรมฯได้ทำความตกลงกับกรมสรรพสามิตแล้ว
(ยกเว้นการส่งออกสุรา ตามกฎหมายกรมสรรพาสามิต ผู้ประกอบการยังจำเป็นต้องมาขอจำลองใบขนฯ (แผ่นละ 40 บาท) เพื่อให้เจ้าหน้าที่รับรองว่าข้อมูลพิมพ์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร)

Q3:หากเป็นผู้ส่งออกแต่ไม่ใช่โรงงานผู้ผลิต จำเป็นต้องทำ e-Formula หรือไม่

ถ้าไม่ใช้สิทธิคืนอากรตาม ม. 19 ทวิ ก็ไม่ต้องทำ e-Formula

Q4:กรณีใช้สิทธิ 19ทวิ ที่มี Vender มากกว่า 2 จะต้องยื่นเอกสารเพื่อขอคืนฯ อย่างไรบ้าง

ผู้ส่งออกทำตารางโอนสิทธิ์ ทำโอนให้ Vender ทุกราย

Q5:ถ้ายังไม่มีเลขตารางโอนสิทธิ์ จะส่งข้อมูลระบบ e-Export ได้หรือไม่

ในขณะนี้ผ่อนผันให้ส่งได้ และต้องมาทำตารางโอนสิทธิ์ ในภายหลัง

Q6:จากรายละเอียดการโอนสิทธิ์จากใบแนบ เมื่อเปลี่ยนเป็นตารางโอนสิทธิ์แล้ว การส่งออกแต่ละครั้งสูตรจะตรงกับตัว Products ที่ขอไว้หรือไม่

เหมือนเดิม

Q7:การคืนอากร 19ทวิ ใบแนบขาเข้า – ขาออก ชุดเก่าที่ยังไม่หมดอายุสามารถตัด 19ทวิคืนอากรแบบเก่าได้หรือไม่ และต้องเปลี่ยนเลขใหม่หรือไม่

ใช้ใบแนบขาเข้า-ขาออก ชุดเก่า และยื่นชุดแบบเดิมที่เคยปฏิบัติ

Q8:ใบขนฯ 19 ทวิ ใช้วัตถุดิบ BOI ร่วมผลิต ต้องทำตารางโอนสิทธิ์หรือไม่และหากไม่ทำจะทราบได้อย่างไรว่าต้องตัดบัญชีเท่าไหร่

ถ้าผู้ส่งออกเป็น 19 ทวิ จะต้องทำตารางโอนสิทธิ์ เพื่อโอนให้ BOI

Q9:คำว่า “รายงานคอมพิวเตอร์” หมายถึงอะไร ของด้าน 19 ทวิ

รายงานแสดงรายละเอียดใบขนสินค้าขาเข้า/ขาออก ที่ใช้ตัดบัญชีวัตถุดิบ

Q10:คำว่า “ใบขนคืนค่าภาษีอากรตามมาตรา 19ทวิ” ต้องพิมพ์ใส่ A4 หรือมีแบบฟอร์ม

แบบฟอร์ม กศก.111 ดูได้ใน Internet กรมศุลกากร หัวข้อสิทธิประโยชน์

Q11:หากมีการเปลี่ยนผู้มอบอำนาจภายหลังต้องทำอย่างไรบ้าง

ยื่นใหม่

Q12:แบบแสดงรายการในการขอคืนอากร เดิม 10 ใบขนฯ แต่ปัจจุบัน 10 รายการ ขอเพิ่มจะทำอย่างไรบ้าง เพราะ 1 ใบขนฯ มีมากกว่า 10 รายการ

การขอชดเชยอากร ถ้า 1ใบขนฯมีมากกว่า 10 รายการ ก็สามารถขอได้ทุกรายการในใบขนฯ นั้นๆ

Q13:ตามรางโอนสิทธิ์หากไม่ได้โอนให้ใครต้องยื่นหรือไม่ และเลขโอนสิทธิ์ 1 เลข ต่อ 1 รายการในใบขนฯ ใช่หรือไม่

ไม่ต้องยื่น และ 1 ตารางโอนสิทธิ์ ต่อ 1 รายการ

Q14:การขอชดเชยอากรในระบบ Paperless จะต้องจัดทำเอกสารเพิ่มเติมในการยื่นชดเชยหรือไม่

เหมือนเดิม ยกเว้นไม่มีใบขนสินค้าขาออกมุมน้ำเงิน

Q15:หากยื่นชดเชยฯ แล้วแต่ยังไม่ได้รับเงินคืนจะต้องดำเนินการอย่างไร

ติดต่อสอบถามฝ่ายชดเชยอากร 02-6677463

Q16:กรณีใบขนฯ ส่งข้อมูลแล้วแต่เลือกสิทธิประโยชน์ผิด (จากชดเชยอากรฯ แต่เลือก BOI) สามารถแก้ไขได้หรือไม่ อย่างไร

ต้องติดต่อที่ส่วนควบคุมทางศุลกากร เพื่อขอเปลี่ยนแปลง

Q17:เลขรหัสผู้ขอเชยอากร ต้องระบุหรือไม่

e-Export ไม่ต้องระบุ

Q18:กรณีใบขนหลายรายการ เช่น รายการที่ 1 ใช้สิทธิ์ขอชดเชยอากร รายการที่ 2 ใช้สิทธิ์ BOI ทำได้หรือไม่

ได้

Q19:การตัดบัญชี BOI ขาออก หากไม่มีใบขนฯ ตัวจริงหรือ B/L แล้ว จะสามารถทำการตัดบัญชีได้อย่างไรบ้าง และสามารถใช้สำเนาเอกสารได้หรือไม่

ให้พิมพ์ใบขนฯขาออกที่รับบรรทุกแล้ว ( Status04 ) ไปยื่นต่อ BOI

Q20:กรณีส่งออกจาก EPZ ยังคงต้องยื่นเอกสารประกอบหรือใบอนุญาต กนอ. หรือไม่

ใบอนุญาตจาก กนอ. หรือ ใบอนุญาตอื่นๆ จะต้องนำไปยื่นหรือส่งทางไปรษณีย์ ให้สำนักงานศุลกากรปลายทางที่เป็น ท่า/ที่ที่ส่งออก ภายใน 15 วัน นับจากวันตัดบัญชีใบกำกับการขนย้ายสินค้า โดยต้องระบุเลขที่ใบขนสินค้าขาออกไว้ในใบอนุญาตนั้นๆ ด้วย

Q21:กรณีส่งออกจาก EPZ สำเนาใบขนสินค้าขาเข้าและบัญชีรายละเอียด ต้องยื่นที่ไหน อย่างไร

ในระบบไร้เอกสารไม่ต้องยื่นสำเนาใบขนสินค้า บัญชีราคาสินค้า(Invoice) บัญชีหีบห่อสินค้า(Packing List) หรือ เอกสารทางการค้าอื่นๆ ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ผู้ส่งของออกที่ประสงค์จะเก็บใบขนสินค้าขาออก เพื่อเป็นหลักฐานใดๆ สามารถพิมพ์ใบขนสินค้าที่ศุลกากรรับรองการส่งออก (สถานะใบขนฯ 0409) จากเครื่องพิมพ์ของตนเองหรือ จากตัวแทนออกของที่เป็นผู้ส่งข้อมูล

Q22:ผู้ประกอบการที่อยู่ใน EPZ ใครจะเป็นคนให้ Factory No.

ปัจจุบันเฉพาะผู้ประกอบการที่อยู่ในเขตปลอดอากรเท่านั้น ที่จะต้องบันทึกเลข Factory No. ผู้ประกอบการใน EPZ ไม่ต้องบันทึก Factory No. แต่ในอนาคตกรมศุลกากรอาจกำหนดให้ EPZ ดำเนินการเช่นเดียวกับเขตปลอดอากร

Q23:กรณีการส่งของระหว่างเขตอุตสาหกรรมส่งออกกับเขตอุตสาหกรรมส่งออกอีกแห่งหนึ่ง ต้องทำการส่ง Paperless หรือไม่

กรมศุลกากรยังอนุญาตให้ใช้ใบขนโอนย้ายระหว่างเขตฯ ได้ แต่หากผู้ประกอบการประสงค์จะส่ง Paperless ก็สามารถดำเนินการได้ตามประกาศกรมฯ ที่ 116/2549