
ให้ระบุในข้อมูลว่าเป็นใบสุทธินำกลับ ไม่ต้องแนบเอกสารแต่ต้องสำแดงข้อมูลใน Description of Goods และ Shipping Mark ให้ชัดเจน(กรณีไม่มีให้ระบุคำว่า "NO SHIPPING MARK" ถ้าเป็นรูปภาพให้ระบุคำว่า "PICTURE" ถ้าเป็นข้อความให้บันทึกเป็นข้อความตามจริง)
ให้ผู้ส่งของออกจากคลังทัณฑ์บน ส่งข้อมูลใบขนสินค้าขาออกเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของศุลกากรก่อนการขนย้ายจากคลังทัณฑ์บนที่เก็บของนั้น เจ้าหน้าที่ที่หน่วยงานปลายทางสามารถตรวจสอบข้อมูลใบขนสินค้าได้จากระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งในข้อมูล จะมีการระบุรหัสคลังสินค้าทัณฑ์บน(Establish No)
สามารถขอแก้ไขได้ตาม ประกาศกรมศุลกากรที่116/2549 หมวดที่ 5 กระบวนการทางศุลกากรเกี่ยวกับการนำของออก ส่วนที่ 7 การแก้ไขข้อมูลการส่งออก และเพิ่มเติม ประกาศกรมศุลกากรที่ 32/2550 ส่วนที่ 2 การผ่อนผันฯ โดยสามารถจัดทำคำร้องขอแก้ไขทั้งข้อมูล
สามารถดูได้ตามประกาศฯ ที่ 57/2549 ส่วนที่ 3 การส่งข้อมูลใบกำกับการขนย้ายสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร โดยผู้ส่งออกที่บรรจุตู้ FCL สามารถส่งข้อมูลใบกำกับฯได้เอง กรณีตู้ LCL ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบการบรรจุโดยตรงต้องรวบรวมข้อมูลใบขนสินค้าที่บรรจุเข้าตู้และส่งข้อมูลใบกำกับฯให้เอง
ผู้จัดทำใบกำกับฯ คือผู้รับผิดชอบการบรรจุ ผู้รับผิดชอบการบรรจุจะส่งข้อมูลด้วยตนเองหรือให้ตัวแทน ส่งข้อมูลแทนได้ หรือ ใช้บริการ Service Counter เอกชนก็ได้
ขณะนี้กรมผ่อนผันการปรับถึง 31 ธ.ค. 2550 ตามประกาศกรมศุลกากรที่ 32/2550
กรณีขอตรวจรับกลับคืนบางส่วนหรือกลับคืนทั้งหมด ให้ยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่หน่วย ควบคุมทางศุลกากร ณ ท่า/ที่ ที่ส่งออก เพื่อพิจารณาอนุญาต เป็นการส่งของออกไม่ครบจำนวน ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การขอตรวจรับกลับคืนบางส่วน
กรณีที่มีการเปลี่ยน ชื่อเรือ เที่ยวเรือ โดยไม่เปลี่ยนเขตท่า ตัวแทนเรือจะเป็นผู้ยื่นคำร้องขอแก้ไขต่อหน่วยบริการศุลกากร ณ ท่า/ที่ ที่ส่งออก ถ้าหากเป็นความผิดพลาดที่เกิดจากผู้รับผิดชอบการบรรจุ ส่งข้อมูล ชื่อเรือ เที่ยวเรือ ไม่ถูกต้อง ผู้รับผิดชอบการบรรจุจะต้องเป็นผู้ยื่นคำร้องขอแก้ไขด้วยตนเอง เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับคำร้องและตรวจความถูกต้องแล้วจะทำการแก้ไขข้อมูลให้
ผู้รับผิดชอบในการจัดทำใบกำกับการขนย้ายสินค้า คือ ผู้รับผิดชอบบรรจุสินค้าและส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบของกรมฯ และรับผิดชอบความผิดพลาดของข้อมูล ดำเนินการแก้ไขและเปรียบเทียบปรับตามระเบียบของกรมฯ ปัจจุบันกรมฯ มีการผ่อนผันการปรับ ตามประกาศกรมฯ 32/2550
ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงหมายเลขตู้หลังจากส่งข้อมูลใบกำกับฯและได้รับเลขที่ใบกำกับจากกรมฯแล้ว แต่ตู้สินค้ายังไม่ผ่าน Sub gate สามารถส่งข้อมูลที่มีหมายเลขตู้ที่ถูกต้องมาใหม่
กรณีที่ จำนวน น้ำหนักของสินค้า ลดลง สามารถ ตัด Short ทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตามปกติ สำหรับสินค้าที่ราคาเพิ่มขึ้น ให้ยื่นคำร้องขอแก้ไขใบขนฯ ต่อไป
ถ้าเครื่องกรมฯ ออกเลขที่ใบขนฯ ให้แล้ว ต้องยกเลิกใบขนฯ ฉบับแรก และส่งข้อมูลใบขนฯ ที่ระบุเลขที Invoice ที่ถูกมาใหม่ แต่ถ้าหากสินค้าผ่าน Sub gate และมีการตรวจปล่อยแล้ว จะยกเลิกไม่ได้ ต้องยื่นคำร้องขอแก้ไข ที่หน่วยควบคุมทางศุลกากร ณ ท่า/ที่ ที่ส่งออก
ดูรายละเอียดหลักเกณฑ์ การรวมรายการของใบขนสินค้า ตามประกาศกรมฯ 39/2550
หากต้องการขอรับรองใบขนสินค้า สามารถยื่นรับรองใบขนฯ ได้ที่หน่วยบริการศุลกากร
ทุกหน่วยงาน แผ่นละ 40 บาท แต่กรมฯได้มีการประสานงานและมีการลงนามร่วมกัน
กับ BOI แล้วโดย บริษัทสามารถพิมพ์ใบขนสินค้าจากระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทเอง
ใช้หลักการปฏิบัติเช่นเดียวกัน ตาม ประกาศกรมฯ ที่116/2549 และ ประกาศกรมฯ ที่ 32/2550
ให้ผู้ส่งออกเขียนหรือพิมพ์เลขที่ใบขนสินค้าขาออกลงในใบอนุญาตและยื่นต่อหน่วยควบคุมทางศุลกากรของท่า หรือ ที่ส่งออก ภายใน 15 วัน นับแต่วันตัดบัญชีใบกำกับการขนย้ายสินค้า หรือ ส่งเอกสารดังกล่าวทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงหน่วยควบคุมทางศุลกากร ณ ท่า หรือ ที่ส่งออก โดยถือวันประทับตราไปรษณีย์เป็นวันยื่นเอกสาร หลักเกณฑ์การยื่นตาม ประกาศกรมฯ 32/2550 ส่วนที่ 2 ข้อ 4 (5)
ไม่จำเป็น เนื่องจากมีข้อมูลในระบบอยู่แล้ว แต่หากบริษัทประสงค์จะแจ้งเพิ่ม / ลด ชื่อพนักงาน,ตัวแทนออกของ ฯลฯ สามารถแจ้งเพิ่มได้ตลอดเวลา
ผู้นำเข้าและผู้ส่งออก ต้องมาจดทะเบียนใหม่ทุกราย
ปฏิบัติตามระเบียบเดิม
กรมศุลกากร ส่งข้อมูลการส่งออก ให้ กรมสรรพากรและมีการลงนามในข้อตกลงการใช้ข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกันแล้ว หากกรมสรรพากรประสงค์ใช้ใบขนสินค้า บริษัทสามารถพิมพ์ใบขนสินค้าจากระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทเอง โดยพิมพ์ Status 04 พร้อม
...
ให้ทำการย้ายตู้สินค้า ไปที่ ท่าที่ส่งออกจริง และแจ้งเจ้าหน้าที่จุด Sub gate เปลี่ยนเป็น ท่าที่ส่งออกจริง (ซึ่งชื่อเรือ, เที่ยวเรือ และ หมายเลขตู้ ในใบกำกับฯต้องเป็นข้อมูลเดิม)
ถ้าเกินเกณฑ์ที่กำหนด อาจมีคำสั่งส่ง X-Ray หรือ เปิดตรวจก่อน ถ้าสินค้าในตู้ถูกต้องก็ลงเรือได้
ไม่ต้อง
สามารถสอบถามที่ท่าเรือได้เพราะเครนยกตู้มีน้ำหนักบอก
ได้ แต่ข้อมูลของใบกำกับการขนย้ายสินค้าดังกล่าว ต้องมีอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของกรมฯ โดยมีหมายเลขตู ้ถูกต้องตรงกับข้อมูล
ขึ้นอยู่กับ Agency
ผู้รับผิดชอบการบรรจุ ต้องส่งข้อมูลใบกำกับฯทางอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนสินค้า ถึง Sub gate
ต้องยื่นคำร้องขอแก้ไข ณ ท่า/ที่ ที่ส่งออก เจ้าหน้าที่จะแก้ไขข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ให้มิฉะนั้นใบขนฯในตู้นั้นจะไม่ได้รับการรับบรรทุก
การแก้ไขใบกำกับการขนย้ายเรื่องหมายเลขตู้ กรณียังไม่ผ่าน Sub Gate สามารถทำได้โดยใช้ใบกำกับฯ ตามหมายเลขอ้างอิง(Reference No.) เดิม และแก้ไขหมายเลขตู้และส่งข้อมูลมาใหม่ได้ สามารถส่งได้หลายครั้ง แต่ถ้าตู้มีการตัดบัญชีใบกำกับฯผ่าน Sub Gate แล้ว ให้ยื่นคำร้องขอแก้ไขหมายเลขตู้ฯ ที่หน่วยบริการศุลกากร ซึ่ง ผ่อนผันการปรับ ตาม ประกาศกรมฯ 32/2550 ไม่สามารถแก้ไขด้วยการส่งข้อมูลใหม่
หลักการของระบบ e-Export จะตรวจสินค้า ณ ท่าปลายทาง เท่านั้น (แหลมฉบัง) ดังนั้นการแก้ไขข้อมูล จะต้องแก้ไขที่ท่าปลายทางที่ของส่งออก(สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง)
กรมศุลกากรมีข้อมูลการตัด Short Ship ดังกล่าว หน่วยงานที่รับผิดชอบจะเป็นผู้พิจารณาเอง
กรณีมีการ Seal ของ Agent จากโรงงาน และเมื่อใบขนฯติด Profile ต้องเปิดตรวจ ณ ท่าปลายทาง ต้องมีการ Break Seal และภายหลังจากตรวจเสร็จแล้วจะต้อง Seal ใหม่
ต้องมีการตรวจ ณ ท่าที่ส่งออก
ถ้าการสำแดง ชื่อเรือ,Voyage No ,ท่าที่ส่งออก ในใบกำกับฯ ถูกต้อง ระบบกรมฯจะรับรองการส่งออก ให้ทันที ที่ตัวแทนเรือยื่นรายงานเรือออกและTally sheet ณ ท่าที่ส่งออก(โดยปกติตัวแทนเรือต้องยื่นรายงานเรือออกภายใน 6 วัน หลังจากเรือออกไปแล้ว)
การรับบรรทุก สามารถดำเนินการได้ ณ ท่าที่ส่งออก
การรับบรรทุกในระบบ e-Export ถ้าข้อมูลถูกต้องเครื่องจะรับบรรทุกโดยอัตโนมัติและแจ้งไปให้ผู้ส่งข้อมูลทราบเลย ผู้ประกอบการสามารถพิมพ์ใบขนสินค้าที่แสดง Status 0409 พร้อมวันเรือออก และรับรองใบขนฯได้เอง
ให้ยื่นต่อนายตรวจประจำเรือ
ขอได้ ณ ท่า/ที่ ที่ส่งออก
กรณีที่เป็นการส่งออกโดยใบขนฯ 1 ฉบับ และมีการบรรทุกสินค้า
2 แห่ง ให้จัดทำใบกำกับ 2 ฉบับ
ฉบับที่ 1 มีปริมาณน้ำหนักที่จะบรรทุก ณ ท่าแรก
ฉบับที่ 2 มีปริมาณน้ำหนักที่จะบรรทุก ณ ท่า ที่ 2
ผู้ส่งออก ควรตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดก่อนส่งและเก็บข้อมูลทั้งหมดหลังการรับบรรทุก(Status 0409)ไว้เป็นหลักฐาน ในสื่อบันทึกข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นผู้ส่งข้อมูลเองหรือให้ตัวแทนส่งข้อมูล
จัดตั้งแล้ว (ดูรายชื่อผู้ประสานงานได้ www.customs.go.th หัวข้อ Paperless Customs “รายชื่อผู้ประสานงาน”) เปิดทำการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
ให้ติดต่อ Agent ที่รับตู้
กรณีพิจารณาให้ X-Ray หากไม่พบความผิดก็ไม่ต้องไปที่ท่า หรือ ที่ส่งออก หากต้องเปิดตรวจ ต้องไปที่ท่าที่ส่งออกเพื่อดำเนินการเปิดตรวจ (เช่น ส่งออก ณ ท่าเรือแหลมฉบังต้องไปพบเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสินค้า ณ แหลมฉบัง)
ยื่นได้ที่หน่วยบริการศุลกากร ที่ท่าส่งออก เพื่อให้เจ้าหน้าที่
เซ็นรับรอง
กรณียกเว้นภาษีสรรพสามิต (ยกเว้นการส่งออกสุรา) กรมฯได้ส่งข้อมูลใบขนสินค้าภายหลังการรับบรรทุกให้กรมสรรพสามิตทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว
ผู้ส่งออก / ตัวแทน ต้องไปดำเนินการเปิดตรวจ หรือมอบหมายให้ Agent ตู้ที่รับผิดชอบร่วมตรวจสินค้าได้
จะใช้ X-RAY หรือเปิดตรวจก็ได้ ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของท่าที่ส่งออก
การผ่านพิธีการในระบบ e-Export ผู้ส่งออกจะต้องส่งข้อมูลใบขนฯ พร้อมรายละเอียดของ Invoice ในแต่ละรายการ ดังนั้น จึงไม่ต้องยื่น Invoice และ Packing List ขณะผ่านพิธีการส่งออก
สามารถทำได้ทั้ง 2 ระบบควบคู่กันไป
การส่งข้อมูลเข้าระบบกรมฯ สามารถส่งได้ตลอดเวลาไม่เว้นวันหยุดราชการโดยไม่มีการเก็บค่าล่วงเวลา กรมฯจะเก็บล่วงเวลาหากมีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่นอกเวลาราชการ
ผู้รับผิดชอบการบรรจุ เป็นผู้ส่งข้อมูลใบกำกับฯ ให้กรมฯ ดังนั้นจึงต้องลงลายมือชื่อฯ เอง หากผู้รับผิดชอบการบรรจุ ส่งข้อมูลโดยผ่านทาง Service Counter ก็สามารถเลือกลงลายมือชื่อฯ เอง หรือลงลายมือชื่อฯ ของ Service Counter ทั้งนี้ผู้รับผิดชอบการบรรจุต้องเป็นผู้รับผิดชอบข้อมูลเอง
การส่งข้อมูลใบกำกับฯ ไม่ว่าจะเป็นตู้ FCL หรือ LCL ต้องระบุหมายเลขตู้เสมอ
กรณีเป็นรูปภาพ และภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษให้ระบุว่า "PICTURE"
ถ้ามีความยาวเกิน 512 ตัวอักษร ให้ใส่เพียง 512 ตัวอักษรเท่านั้น ซึ่งไม่มีปัญหาการคืนอากร หากจำเป็นต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่สำนักสิทธิประโยชน์จะแจ้งให้ทราบ
ใช้ได้
ผู้ประกอบการต้องมายื่นคำร้องที่หน่วยบริการศุลกากร เพื่อขอตรวจรับกลับคืนและไม่มีการแจ้ง Status กลับ
เมื่อเจ้าหน้าที่ที่ Sub gate ทำการตัดบัญชีใบกำกับฯ ระบบจะแจ้งผู้ประกอบการ และหากมีการติดเงื่อนไข ต้องเปิดตรวจ ระบบจะมีข้อความเพิ่มเติมว่าใบขนสินค้ามีการเปิดตรวจ ให้มาพบเจ้าหน้าที่ (แจ้งทั้งผู้ส่งข้อมูลใบขนฯ และ ใบกำกับฯ)
กรณีระบบของกรมฯ ขัดข้อง ให้ใช้ระบบ Manual สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมตามประกาศกรมฯที่ 116/2549 หมวดที่ 13 การผ่านพิธีการกรณีเครื่องคอมพิวเตอร์ขัดข้อง
ในภาวะปกติกรมฯจะตอบกลับภายใน 3-5 นาที และช่วงที่ปริมาณงานมากระบบจะตอบกลับภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที หากเกินระยะเวลาดังกล่าวให้ติดต่อกับ VAN ที่ผู้ประกอบการเป็นสมาชิก เพื่อตรวจสอบต่อไป
ในใบขนสินค้าขาออกแต่ละรายการ ให้ระบุเลขที่ใบขนสินค้าขาเข้าและรายการใบขนสินค้าขาเข้า โดยให้สำแดงรายการในใบขนสินค้าขาออกเท่ากับจำนวนรายการของใบขนสินค้าขาเข้าที่อ้างอิง และสามารถอ้างอิงใบขนสินค้าขาเข้าได้มากกว่า 1 ฉบับ
ไม่สามารถยกเลิกได้ แต่สามารถแก้ไขข้อมูลได้โดยทางอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนการตัดบัญชีใบกำกับฯ ผ่านเข้า SUBGATE
รายการส่งกลับไปซ่อม (Re- Importation Certificate) ภาค 4 ประเภท 2 ให้ระบุค่าดังนี้
CA จำนวน 1 หมายเลข สามารถใช้ในการส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์กับกรมฯได้ทุกประเภท โดย CA 1 หมายเลข เป็นผู้ประกอบการ 1 บริษัทฯ หากประสงค์จะชี้เฉพาะบุคคลผู้ลงลายมือชื่อฯ เช่น ผู้จัดการ หรือ ผู้รับมอบ บริษัทฯหนึ่งๆก็สามารถมีได้หลาย CA
ถ้ารายละเอียดมีความยาวเกิน 512 ตัวอักษร ให้ใส่เพียง 512
ตัวอักษรเท่านั้น
สัญลักษณ์ หรือ รูปภาพให้ระบุ "Picture"
การส่งสินค้าจากคลังสินค้าทัณฑ์บนส่งออกไปต่างประเทศ ให้ระบุค่าดังนี้
(สามารถส่งได้ ถ้ามีข้อมูล Invoice) โดยผู้ส่งออกต้องมาลงทะเบียนเป็นผู้ส่งออกในระบบ
ต้องมีการลงทะเบียนกับกรมฯก่อน จึงจะใช้ระบบ Paperless ได้
กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการของ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
ระบบนี้จะไม่มีใบขนฯมุมน้ำเงิน ซึ่งกรมฯได้ทำความตกลงกับกรมสรรพสามิตแล้ว
(ยกเว้นการส่งออกสุรา ตามกฎหมายกรมสรรพาสามิต ผู้ประกอบการยังจำเป็นต้องมาขอจำลองใบขนฯ
(แผ่นละ 40 บาท) เพื่อให้เจ้าหน้าที่รับรองว่าข้อมูลพิมพ์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร)
ถ้าไม่ใช้สิทธิคืนอากรตาม ม. 19 ทวิ ก็ไม่ต้องทำ e-Formula
ผู้ส่งออกทำตารางโอนสิทธิ์ ทำโอนให้ Vender ทุกราย
ในขณะนี้ผ่อนผันให้ส่งได้ และต้องมาทำตารางโอนสิทธิ์ ในภายหลัง
เหมือนเดิม
ใช้ใบแนบขาเข้า-ขาออก ชุดเก่า และยื่นชุดแบบเดิมที่เคยปฏิบัติ
ถ้าผู้ส่งออกเป็น 19 ทวิ จะต้องทำตารางโอนสิทธิ์ เพื่อโอนให้ BOI
รายงานแสดงรายละเอียดใบขนสินค้าขาเข้า/ขาออก ที่ใช้ตัดบัญชีวัตถุดิบ
แบบฟอร์ม กศก.111 ดูได้ใน Internet กรมศุลกากร หัวข้อสิทธิประโยชน์
ยื่นใหม่
การขอชดเชยอากร ถ้า 1ใบขนฯมีมากกว่า 10 รายการ ก็สามารถขอได้ทุกรายการในใบขนฯ นั้นๆ
ไม่ต้องยื่น และ 1 ตารางโอนสิทธิ์ ต่อ 1 รายการ
เหมือนเดิม ยกเว้นไม่มีใบขนสินค้าขาออกมุมน้ำเงิน
ติดต่อสอบถามฝ่ายชดเชยอากร 02-6677463
ต้องติดต่อที่ส่วนควบคุมทางศุลกากร เพื่อขอเปลี่ยนแปลง
e-Export ไม่ต้องระบุ
ได้
ให้พิมพ์ใบขนฯขาออกที่รับบรรทุกแล้ว ( Status04 ) ไปยื่นต่อ BOI
ใบอนุญาตจาก กนอ. หรือ ใบอนุญาตอื่นๆ จะต้องนำไปยื่นหรือส่งทางไปรษณีย์ ให้สำนักงานศุลกากรปลายทางที่เป็น ท่า/ที่ที่ส่งออก ภายใน 15 วัน นับจากวันตัดบัญชีใบกำกับการขนย้ายสินค้า โดยต้องระบุเลขที่ใบขนสินค้าขาออกไว้ในใบอนุญาตนั้นๆ ด้วย
ในระบบไร้เอกสารไม่ต้องยื่นสำเนาใบขนสินค้า บัญชีราคาสินค้า(Invoice) บัญชีหีบห่อสินค้า(Packing List) หรือ เอกสารทางการค้าอื่นๆ ต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร ผู้ส่งของออกที่ประสงค์จะเก็บใบขนสินค้าขาออก เพื่อเป็นหลักฐานใดๆ สามารถพิมพ์ใบขนสินค้าที่ศุลกากรรับรองการส่งออก (สถานะใบขนฯ 0409) จากเครื่องพิมพ์ของตนเองหรือ จากตัวแทนออกของที่เป็นผู้ส่งข้อมูล
ปัจจุบันเฉพาะผู้ประกอบการที่อยู่ในเขตปลอดอากรเท่านั้น ที่จะต้องบันทึกเลข Factory No. ผู้ประกอบการใน EPZ ไม่ต้องบันทึก Factory No. แต่ในอนาคตกรมศุลกากรอาจกำหนดให้ EPZ ดำเนินการเช่นเดียวกับเขตปลอดอากร
กรมศุลกากรยังอนุญาตให้ใช้ใบขนโอนย้ายระหว่างเขตฯ ได้ แต่หากผู้ประกอบการประสงค์จะส่ง Paperless ก็สามารถดำเนินการได้ตามประกาศกรมฯ ที่ 116/2549