Mon-Fri : 7.00-20.30 / Sat-Sun, Holiday : 8.30-17.00
Call us now +662 350 3200

 

Latest News

ข่าวสารจากทางบริษัท

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า กรมควบคุมโรค (DDC) จะทำการปิดระบบการให้บริการออกหนังสือรับรองแหล่งผลิตแหล่งกำเนิดอาหารปลอดโรค (Pinkforms) ระบบงานจริง (Production) เป็นการชั่วคราว ในวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 00.01 น. ถึงวันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม 2568 เวลา 06.00 น. (รวมระยะเวลา 30 ชั่วโมง) เพื่อทำการสำรองข้อมูล

    โดยจะส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองแหล่งผลิตแหล่งกำเนิดอาหารปลอดโรค (Pinkforms) รวมถึงรับหนังสือรับรองแหล่งผลิตแหล่งกำเนิดอาหารปลอดโรค (Pinkforms) ตามช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

    คลิกเพื่อ Download เอกสาร

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร จะดำเนินการปิดระบบการให้บริการ ebXML Gateway กรมศุลกากร (ระบบ Production) เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบดังกล่าว ในวันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.00 - 07.00 น. (รวมระยะเวลา 1 ชั่วโมง)

    โดยการดำเนินการดังกล่าว จะส่งผลให้ไม่สามารถส่งข้อมูลเข้ามาในระบบ ebXML Gateway กรมศุลกากร (ระบบ Production) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ ดังนี้

    - เอกสารใบขนสินค้าขาเข้า เอกสารใบขนสินค้าขาออก

    - เอกสารขอยกเลิกใบขนสินค้า

    - เอกสารใบขนสินค้าเร่งด่วน

    - เอกสารใบขนสินค้าถ่ายลำ ผ่านแดน

    - เอกสารตัดบัญชีธนาคาร

    - เอกสารบัญชีสินค้าล่วงหน้าสำหรับการนำเข้า เอกสารบัญชีสินค้าล่วงหน้าสำหรับการส่งออก

    - เอกสารยกเลิกข้อมูลบัญชีสินค้าล่วงหน้าสำหรับการส่งออกและนำเข้า

    ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยประการใด สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Support Desk กรมศุลกากร หมายเลขโทรศัพท์ 02-667-7310 ถึง 9

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

    คลิกเพื่อ Download เอกสาร

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการระบบ NSW (NSW Operator) จะทำการปิดการให้บริการผ่านหน้าเว็บไซต์ www.thainsw.net ชั่วคราว เพื่อดำเนินการซักซ้อมแผนและเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ตามแผนการบริหารจัดการความต่อเนื่องระบบ Business Continuity Plan (BCP) ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 ในวันพุธที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 20.00 - 21.30 น. (รวมเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที)

    การปิดการให้บริการเว็บไซต์ www.thainsw.net ครั้งนี้ ผู้ประกอบการ และหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต/ใบรับรอง จะไม่สามารถใช้บริการผ่านหน้าเว็บไซต์ www.thainsw.net ได้ ทั้งนี้ในช่วงวันและเวลาดังกล่าว ผู้ประกอบการสามารถใช้บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่าน NSW Service Provider (NSP) และหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต/ใบรับรอง สามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    หากมีข้อสงสัยประการใด โปรดติดต่อสอบถามได้ที่ NSW Help Desk and Call Center หมายเลขโทรศัพท์ 02-109-3000

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

    คลิกเพื่อ Download เอกสาร

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า จะทำการปิดระบบออกข้อมูล e-CO JTEPA ของญี่ปุ่น เพื่อทำการ Maintenance ในวันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2568 เวลา 18.00 น. ถึงวันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.00 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ระบบออกข้อมูล e-CO JTEPA ของญี่ปุ่นจะไม่สามารถออกข้อมูลในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ ญี่ปุ่นได้ทำการเปิดระบบออกข้อมูล e-CO JTEPA เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า วันที่ 24/11/2568 ตั้งแต่เวลา 10.13 น. ระบบท่าเรือสยามคอมเมอร์เชียล ซีพอร์ท ระบบงานจริง (Production) ขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถตอบกลับข้อมูลทุกประเภทเอกสารได้ นั้น

    ขณะนี้ระบบท่าเรือสยามคอมเมอร์เชียล ซีพอร์ท ระบบงานจริง (Production) สามารถตอบกลับข้อมูลทุกประเภทเอกสาร ได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว วันที่ 24/11/2568 เวลา 15.24 น.

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า วันที่ 19/11/2568 ตั้งแต่เวลา 17.35 น. ระบบท่าเรือสหไทย ระบบงานจริง (Production) หม้อแปลงไฟฟ้าขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถตอบกลับข้อมูลทุกประเภทเอกสารได้ นั้น

    ขณะนี้ระบบท่าเรือสหไทย ระบบงานจริง (Production) สามารถตอบกลับข้อมูลทุกประเภทเอกสาร ได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว วันที่ 19/11/2568 เวลา 19.08 น.

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Singapore จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการ Maintenance ในวันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00 - 23.59 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ Singapore ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 15/11/2568 เวลา 21.56 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า กรณี แพลตฟอร์ม Thailand National Single Windows (THAI NSW) ประสบปัญหาการรับ-ส่งข้อมูลล่าช้า เนื่องจากมีเอกสารอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่ระบบในปริมาณสูงเกินขีดความสามารถในการให้บริการ ส่งผลให้ต้องหยุดให้บริการบางช่วงเวลานั้น

    ปัจจุบัน สถานะระบบ THAI NSW ใช้งานได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ตามที่แพลตฟอร์มกลาง Thailand National Single Window (THAI NSW) ประสบปัญหาในการรับ-ส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากมีปริมาณเอกสารที่ส่งเข้ามาในระบบสูงกว่าปกติ ส่งผลให้การรับ-ส่งข้อมูลระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 มีความล่าช้า

    อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อมูลใบอนุญาต/ใบรับรอง ที่หน่วยงานส่งมายังระบบ NSW ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวแล้วยังไม่ได้รับผลตอบกลับนั้น HD ใคร่ขอความอนุเคราะห์จากหน่วยงาน OGAs พิจารณาส่งข้อมูลใบอนุญาต/ใบรับรองดังกล่าวเข้ามายังระบบ NSW (Production) อีกครั้ง

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ตามที่แพลตฟอร์มกลาง Thailand National Single Window (THAI NSW) ประสบปัญหาในการรับส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากมีเอกสารถูกส่งเข้าระบบสูงกว่าปกติมากนั้น

    บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยการบริหารจัดการการรับส่งข้อมูลเพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และเร่งขยายความจุของระบบเพื่อให้ระบบสามารถรับส่งข้อมูลได้ดีขึ้น

    ทั้งนี้ ขอให้ผู้ใชับริการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนสามารถปฏิบัติตามประกาศกรมศุลกากร ที่ 134/2561 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 หมวดที่ 11 การปฏิบัติพิธีการกรณีเครื่องคอมพิวเตอร์ขัดข้อง

    จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

    คลิกเพื่อ Download เอกสาร

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ด้วยขณะนี้มีเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ถูกส่งเข้าสู่แพลตฟอร์มกลาง Thailand National Single Window (THAI NSW) ปริมาณสูงกว่าปกติมาก ทาให้การรับส่งข้อมูลตั้งแต่เวลา 09:30 น. ของวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 จะมีความล่าช้ากว่าปกติ ดังนั้น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จากัด (มหาชน) จึงขอให้ผู้ใชับริการที่มีความจาเป็นเร่งด่วนสามารถปฏิบัติตามประกาศกรมศุลกากร ที่ 134/2561 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 หมวดที่ 11 การปฏิบัติพิธีการกรณีเครื่องคอมพิวเตอร์ขัดข้อง

    จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และ ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

    คลิกเพื่อ Download เอกสาร

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ด้วยขณะนี้มีปริมาณข้อมูลรับส่งผ่านแพลตฟอร์มกลาง Thailand National Single Window (THAI NSW) เป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อไม่ให้กระทบกับภาพรวมในการให้บริการทั้งหมด บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) จึงขอความร่วมมือผู้ใช้บริการชะลอการส่งข้อมูลเข้ามาตั้งแต่เวลา 15:20 น. เมื่อระบบพร้อมรับข้อมูลแล้วจะแจ้งให้ทราบต่อไป

    จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และ ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วย

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

    คลิกเพื่อ Download เอกสาร

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ว่าขณะนี้ (วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568) ระบบ NSW Gateway (ระบบ Production) มีปริมาณการรับส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากกว่าปกติ เพื่อไม่ให้กระทบกับการให้บริการของกรมศุลกากร จึงขอให้ผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามประกาศกรมศุลกากรที่ 134/2561 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 หมวดที่ 11 การปฏิบัติพิธีการกรณีเครื่องคอมพิวเตอร์ขัดข้อง

    ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยประการใดสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Support Desk ของกรมศุลกากร หมายเลขโทรศัพท์ 02-667-7310 ถึง 9

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

    คลิกเพื่อ Download เอกสาร

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า แพลตฟอร์มกลาง Thailand National Single Window (THAI NSW) ได้เกิดปัญหาทางเทคนิค ซึ่งส่งผลกระทบกับการให้บริการบางส่วนตั้งแต่เวลา 10.30 น. ของวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 นั้น

    บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ได้แก้ไขปัญหาเพื่อให้แพลตฟอร์มกลาง THAI NSW สามารถกลับมาให้บริการได้เป็นปกติเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เวลา 16.21 น. เป็นต้นมา

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

    คลิกเพื่อ Download เอกสาร

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า จะทำการปิดระบบออกข้อมูล e-CO JTEPA ของญี่ปุ่น เพื่อทำการ Maintenance ในวันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568 เวลา 18.00 น. ถึงวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 06.00 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ระบบออกข้อมูล e-CO JTEPA ของญี่ปุ่นจะไม่สามารถออกข้อมูลในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ ญี่ปุ่นได้ทำการเปิดระบบออกข้อมูล e-CO JTEPA เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Singapore จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการ Maintenance ในวันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 - 23.00 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ Singapore ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 25/10/2568 เวลา 18.15 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)



  • สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์

    น้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท

    ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้


    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


    ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหาร และพนักงาน

    บริษัท เทรดสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Indonesia จะทำการปิดปรับปรุงระบบงานจริง (Production) เพื่ออัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานของระบบ Axway ในวันศุกร์ที่ 17 ตุลาคม 2568 เวลา 21.00 น. ถึงวันอาทิตย์ที่ 19 ตุลาคม 2568 เวลา 01.00 น. โดยในช่วงวันและเวลาดังกล่าวจะไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทเอกสารกับ Indonesia ได้ นั้น

    ขณะนี้ Indonesia ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 18/10/2568 เวลา 19.25 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า วันที่ 14/10/2568 ตั้งแต่เวลา 15.51 น. ระบบท่าเรือสยามคอมเมอร์เชียล ซีพอร์ท ระบบงานจริง (Production) ขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถตอบกลับข้อมูลทุกประเภทเอกสารได้ นั้น

    ขณะนี้ระบบท่าเรือสยามคอมเมอร์เชียล ซีพอร์ท ระบบงานจริง (Production) สามารถตอบกลับข้อมูลทุกประเภทเอกสาร ได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว วันที่ 14/10/2568 เวลา 21.35 น.

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า จะทำการปิดระบบ NACCS ของญี่ปุ่น เพื่อทำการ Maintenance eCO-GW ในวันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม 2568 เวลา 21.15 น. ถึงวันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม เวลา 03.00 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูล e-CO JTEPA ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ ญี่ปุ่นได้ทำการเปิดระบบ NACCS เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • บริษัท เทรดสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เข้ารับการตรวจประเมิน ISO 9001:2015 โดยบริษัท ดับบลิวซีเอส เซาท์อีสเอเซีย จำกัด ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015 ณ บริษัท เทรดสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (สำนักงานใหญ่) ชั้น 16 อาคารเอ็มเอส สยาม ทาวเวอร์






  • เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร จะดำเนินการปิดระบบการให้บริการ ebXML Gateway กรมศุลกากร (ระบบ Production) เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบดังกล่าว ในวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม 2568 เวลา 06.00 - 07.00 น. (รวมระยะเวลา 1 ชั่วโมง) นั้น

    ขณะนี้ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร ได้ดำเนินการเปิดระบบการให้บริการ ebXML Gateway กรมศุลกากร (ระบบ Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 05/10/2568 เวลา 07.16 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

    คลิกเพื่อ Download เอกสารแจ้งปิดระบบ

  • เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ท่าเรือเคแอลเอ็น ซีพอร์ต (Kerry Siam Seaport) จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการปรับปรุงระบบตอบกลับ ในวันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม 2568 เวลา 16.00 - 17.00 น. (รวมเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง) ซึ่งส่งผลกระทบให้ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวจะไม่ได้รับตอบกลับข้อมูลทุกประเภทเอกสารจากท่าเรือเคแอลเอ็น ซีพอร์ต (Kerry Siam Seaport) นั้น

    ขณะนี้ ท่าเรือเคแอลเอ็น ซีพอร์ต (Kerry Siam Seaport) ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 03/10/2568 เวลา 16.39 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า จะทำการปิดระบบออกข้อมูล e-CO JTEPA ของญี่ปุ่น เพื่อทำการ Maintenance ในวันอังคารที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 18.00 น. ถึงวันพุธที่ 1 ตุลาคม 2568 เวลา 06.00 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ระบบออกข้อมูล e-CO JTEPA ของญี่ปุ่นจะไม่สามารถออกข้อมูลในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ ญี่ปุ่นได้ทำการเปิดระบบออกข้อมูล e-CO JTEPA เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Singapore จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการ Maintenance ในวันเสาร์ที่ 27 กันยายน 2568 เวลา 14.00 - 21.00 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ Singapore ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 27/09/2568 เวลา 17.55 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เมื่อวันศุกร์ที่ 26 กันยายน 2568 เวลา 09.30 น. บริษัท เทรดสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง บริษัท เทรดสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Tradesiam International - TSI) ราชอาณาจักรไทย และ กรมไปรษณีย์ กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร (Ministry of Technology and Communications) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) โดย คุณโกวิท ธัญญรัตตกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทรดสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และ คุณ Chanthaviphone KHEUAPKHAMVONE อธิบดี Department of Post (DoP), Ministry of Technology and Communications เป็นผู้ลงนามฯ ณ ห้องประชุม โรงแรม Miracle Grand Convention กรุงเทพมหานคร

    Link ข่าวพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)







  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ท่าเรือ เคแอลเอ็น ซีพอร์ต จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการปรับปรุงระบบตอบกลับ ในวันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน 2568 เวลา 17.00 - 17.20 น. (รวมเป็นระยะเวลา 20 นาที) ซึ่งส่งผลกระทบให้ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวจะไม่ได้รับตอบกลับข้อมูลทุกประเภทเอกสารจากท่าเรือ เคแอลเอ็น ซีพอร์ต

    ทั้งนี้หากดำเนินการเรียบร้อยแล้วและระบบสามารถใช้งานได้ตามปกติ จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ท่าเรือสหไทยจะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการปรับปรุงหม้อแปลงไฟฟ้า ในวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน 2568 เวลา 07.00 - 09.00 น. (รวมเป็นระยะเวลา 2 ชั่วโมง) ซึ่งส่งผลกระทบให้ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวจะไม่ได้รับตอบกลับข้อมูลทุกประเภทเอกสารจากท่าเรือสหไทย นั้น

    ขณะนี้ ท่าเรือสหไทย ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 21/09/2568 เวลา 09.00 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Singapore จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการ Maintenance ในวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 - 22.00 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ Singapore ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 30/08/2568 เวลา 18.35 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า การท่าเรือกรุงเทพ (PAT-BKK) จะดำเนินการปรับปรุง CPA ข้อมูล e-Manifest ขาเข้า ระบบงานจริง (Production) และระบบทดสอบ (Test) ในวันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2568 เวลา 06.00 - 07.30 น. (รวมเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที) ซึ่งในช่วงวันและเวลาดังกล่าวผู้ใช้บริการจะไม่สามารถส่งข้อมูลมายังการท่าเรือกรุงเทพ (PAT-BKK) ได้ นั้น

    ขณะนี้ การท่าเรือกรุงเทพ (PAT-BKK) ได้ดำเนินการปรับปรุง CPA ข้อมูล e-Manifest ขาเข้า ระบบงานจริง (Production) และระบบทดสอบ (Test) เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ระบบสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ระบบงานจริง (Production) ของ Malaysia มีปัญหาด้านเทคนิค ส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ได้ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม 2568 เวลา 08.00 น. โดยอยู่ระหว่างการแก้ไข นั้น

    ขณะนี้ ระบบงานจริง (Production) ของ Malaysia สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า จะทำการปิดระบบออกข้อมูล e-CO JTEPA ของญี่ปุ่น เพื่อทำการ Maintenance ในวันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม 2568 เวลา 18.00 น. ถึงวันอังคารที่ 12 สิงหาคม เวลา 06.00 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ระบบออกข้อมูล e-CO JTEPA ของญี่ปุ่นจะไม่สามารถออกข้อมูลในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ ญี่ปุ่นได้ทำการเปิดระบบออกข้อมูล e-CO JTEPA เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Singapore จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการ Maintenance ในวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2568 เวลา 07.00 - 14.00 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ Singapore ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 02/08/2568 เวลา 13.42 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ได้ทำการปิดระบบงานจริง (Production) และระบบทดสอบ (Test) เนื่องจากระบบไฟฟ้าขัดข้อง ส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ได้ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม 2568 เวลา 17.00 น. นั้น

    ขณะนี้ Malaysia ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) และระบบทดสอบ (Test) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 28/07/2568

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ด้วยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ศทส.) กรมศุลกากร จะมีการเปิดให้บริการระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ JTEPA ตั้งแต่วันพุธที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป ดังนั้นเพื่อรองรับการให้บริการระบบดังกล่าวเป็นไปอย่างเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงจะต้องดำเนินการปรับปรุงการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ ebXML Gateway กรมศุลกากร ระบบงานจริง (Production) ในวันอาทิตย์ที่ 27 กรกฎาคม 2568 เวลา 06.00 - 06.30 น. (รวมระยะเวลา 30 นาที) นั้น

    ขณะนี้ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร ได้ดำเนินการปรับปรุงการให้บริการ และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ ebXML Gateway กรมศุลกากร ระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 27/07/2568 เวลา 07.30 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

    คลิกเพื่อ Download เอกสารแจ้งปิดระบบ

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Singapore จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการ Maintenance ในวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม 2568 เวลา 07.00 - 20.00 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ Singapore ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ระบบการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง NSW (Production) กับกรมศุลกากรมีปัญหา อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข นั้น

    ขณะนี้การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง NSW (Production) กับกรมศุลกากรสามารถใช้งานได้ตามปกติแล้ว โดยข้อมูลอยู่ระหว่างทยอยตอบกลับ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ระบบงานจริง (Production) ของ Malaysia ASW มีปัญหาด้าน Network ส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ได้ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน 2568 เวลา 00.00 น. โดยทาง Malaysia ASW Team อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน นั้น

    ขณะนี้ Malaysia ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 01/07/2568 ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เพื่อเป็นการปรับปรุงโครงสร้าง และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการของระบบ Mail Server ทาง NSP TSI จึงมีแผนการย้ายเครือข่าย ซึ่งจะช่วยให้รองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วมากขึ้น โดยทาง NSP TSI จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปิดระบบ เพื่อย้ายการใช้งานไปอยู่บน Cloud Server ใหม่ จาก IP เดิม 161.82.236.135 เป็น IP ใหม่ 87.124.8.158 ในวันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน 2568 เวลา 22:00–23:00 น. (รวมเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง) โดยการย้ายดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ

    การปิดระบบครั้งนี้ผู้ประกอบการ จะไม่สามารถส่งข้อมูลเข้ามาในระบบ NSP TSI ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ ทั้งนี้หากระบบ NSP TSI สามารถใช้งานได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า NSP TIFFA จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการ Maintenance ในวันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน 2568 เวลา 05.00 - 05.30 น. (รวมเป็นระยะเวลา 30 นาที) โดยในช่วงวันและเวลาดังกล่าว ระบบ NSW จะไม่สามารถรับ-ส่งข้อมูลทุกประเภทเอกสารกับ NSP TIFFA ได้ และรวมถึงข้อมูลเอกสารจากท่าเรือเอกชน 4 แห่ง ดังนี้

    - ท่าเรือ เคแอลเอ็น ซีพอร์ต

    - ท่าเรือ ศรีราชา ฮาร์เบอร์

    - ท่าเรือ สหไทย เทอร์มินอล

    - ท่าเรือ สยามคอมเมอร์เชียล ซีพอร์ท

    ทั้งนี้หากระบบ Indonesia ASW สามารถใช้งานได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Indonesia จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการ Maintenance ในวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2568 เวลา 21.00 - 23.59 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้

    ทั้งนี้หากระบบ Indonesia ASW สามารถใช้งานได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Singapore จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการ Maintenance ในวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2568 เวลา 08.00 - 19.00 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้

    ทั้งนี้หากระบบ Singapore ASW สามารถใช้งานได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า จะทำการปิดระบบ Brunei Darussalam ASW ระบบงานจริง (Production) และระบบทดสอบ (Test) เพื่อทำการย้าย Server ใหม่ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2568 เวลา 15.00 น. ทำให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ได้ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการดังกล่าว

    ทั้งนี้ กรณีเร่งด่วนผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกสามารถใช้เอกสารข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form D) ในรูปแบบกระดาษ จนกว่าระบบจะสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    อย่างไรก็ตาม หากระบบ Brunei Darussalam ASW สามารถใช้งานได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Singapore จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการ Maintenance ในวันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน 2568 เวลา 14.00 - 18.00 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ Singapore ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการระบบ NSW (NSW Operator) จะทำการปิดระบบ NSW (ระบบ Production) เพื่อดำเนินการซักซ้อมแผนและเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ตามแผนการบริหารจัดการความต่อเนื่องระบบ Business Continuity Plan (BCP) ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 และเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบ NSW ในส่วนของวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม 2568 เวลา 06.00 - 07.30 น. (รวมเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที) โดยการปิดระบบครั้งนี้ ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก สายเรือ ตัวแทนสายเรือ ตัวแทนอากาศยาน และหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต/ใบรับรอง จะไม่สามารถส่งข้อมูลใบขนสินค้า Manifest และใบอนุญาต/ใบรับรองเข้ามาในระบบ NSW ระบบจริง (Production) และไม่สามารถใช้งานเว็บไซต์ www.thainsw.net ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการระบบ NSW (NSW Operator) ได้ทำการเปิดใช้งานระบบ NSW (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 25 พฤษภาคม 2568 เวลา 06.59 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

    คลิกเพื่อ Download เอกสารแจ้งปิดระบบ

  • เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Singapore จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการ Maintenance ในวันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.00 - 21.00 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ Singapore ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • บริษัท เทรดสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เข้ารับการตรวจประเมิน ISO 27001:2022 โดยบริษัท ยูไนเต็ด รีจิสตร้า ออฟ ซิสเท็มส์ (ประเทศไทย) ประจำปี 2568 เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ISO27001:2022 Information Security Management Systems ณ บริษัท เทรดสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (สำนักงานใหญ่) ชั้น 16 อาคารเอ็มเอส สยาม ทาวเวอร์


  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการระบบ NSW (NSW Operator) จะทำการปิดระบบ NSW (ระบบ Production) เพื่อดำเนินการซักซ้อมแผนและเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ตามแผนการบริหารจัดการความต่อเนื่องระบบ Business Continuity Plan (BCP) ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 และเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบ NSW ในส่วนของวันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2568 เวลา 06.00 - 07.30 น. (รวมเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที) โดยการปิดระบบครั้งนี้ ผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก สายเรือ ตัวแทนสายเรือ ตัวแทนอากาศยาน และหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาต/ใบรับรอง จะไม่สามารถส่งข้อมูลใบขนสินค้า Manifest และใบอนุญาต/ใบรับรองเข้ามาในระบบ NSW ระบบจริง (Production) และไม่สามารถใช้งานเว็บไซต์ www.thainsw.net ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการระบบ NSW (NSW Operator) ได้ทำการเปิดใช้งานระบบ NSW (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 18 พฤษภาคม 2568 เวลา 07.00 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ – ส่งข้อมูลได้ตามปกติ)

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

    คลิกเพื่อ Download เอกสารแจ้งปิดระบบ

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า NSP TIFFA จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการ Maintenance ในวันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม 2568 เวลา 06.00 - 07.30 น. (รวมเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที) โดยในช่วงวันและเวลาดังกล่าว ระบบ NSW จะไม่สามารถรับ-ส่งข้อมูลทุกประเภทเอกสารกับ NSP TIFFA ได้ และรวมถึงข้อมูลเอกสารจากท่าเรือเอกชน 4 แห่ง นั้น

    ขณะนี้ NSP TIFFA ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 18/05/2568 เวลา 07.30 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ตามที่ระบบสนับสนุนใบอนุญาตและใบรับรองผ่านอินเตอร์เน็ตของกรมประมง (Fisheries Single Window : FSW), ระบบการตรวจสอบตามมาตรการรัฐเจ้าของท่า (Port State Measure : PSM) และระบบการออกหนังสือรับรองการแปรรูปสัตว์น้ำ (Processing Statement Endorsement : PSE) ของกรมประมง (Processing Statement and PSM Link System : PPS) ได้ขัดข้องตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม 2568 เวลา 17.30 น. จึงทำให้ต้องปิดระบบงานจริง (Production) และระบบทดสอบ (Test) เป็นการฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมระบบดังกล่าว ในวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม 2568 เวลา 17.30 น. ถึงวันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2568 เวลา 23.59 น. อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ประสงค์นำเข้า-ส่งออกสินค้าของกรมประมง (DOF) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวสามารถใช้รหัสยกเว้น EXEMPT100 โดยให้ระบุ Issue Date ตามวันที่ออกใบอนุญาต นั้น

    ขณะนี้ กรมประมง (DOF) ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) และระบบทดสอบ (Test) ของระบบสนับสนุนใบอนุญาตและใบรับรองผ่านอินเตอร์เน็ตของกรมประมง (Fisheries Single Window : FSW), ระบบการตรวจสอบตามมาตรการรัฐเจ้าของท่า (Port State Measure : PSM) และระบบการออกหนังสือรับรองการแปรรูปสัตว์น้ำ (Processing Statement Endorsement : PSE) ของกรมประมง (Processing Statement and PSM Link System : PPS) เรียบร้อยแล้ว และระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ ทั้งนี้จึงขอยกเลิกการใช้งานรหัสยกเว้น (EXEMPT100) มา ณ โอกาสนี้

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (DMF) ขอแจ้งเปลี่ยนแปลงกำหนดการปิดระบบงานจริง (Production) จากเดิมวันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 17.00 น. ถึงวันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.00 น. เปลี่ยนเป็น วันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม 2568 เวลา 16.00 น. ถึงวันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2568 เวลา 08.00 น. เนื่องจากฝ่ายอาคาร (อาคารศูนย์เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์) จะมีการบำรุงรักษาไฟฟ้าเชิงป้องกัน ประจำปี 2568 ส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้

    ทั้งนี้หากดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และระบบสามารถใช้งานได้ตามปกติ จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Payment Gateway ITMX จะทำการปิดระบบ NSW Bank Gateway ระบบงานจริง (Production) เพื่อต่ออายุ NITMX Certificate และ CPA ในวันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 เวลา 18.00 - 18.10 น. (รวมระยะเวลา 10 นาที) โดยการปิดระบบครั้งนี้มีผลกระทบต่อระบบ NSW Bank Gateway (Production) ทำให้ไม่สามารถทำรายการได้ในช่วงวันและเวลาดังกล่าว ได้นั้น

    ขณะนี้ Payment Gateway ITMX ได้ทำการเปิดระบบ NSW Bank Gateway ระบบงานจริง(Production) เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ระบบสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

    คลิกเพื่อ Download เอกสารแจ้งปิดระบบ

  • เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Singapore จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อเตรียมความพร้อมให้ระบบรองรับ MIG Version 3.1.6 ในวันศุกร์ที่ 25 เมษายน 2568 เวลา 17.00 น. ถึงวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2568 เวลา 23.59 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ Singapore ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ระบบสามารถรับ – ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร จะดำเนินการปรับปรุงการให้บริการ และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ ebXML Gateway กรมศุลกากร (ระบบ Production) ในวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2568 เวลา 23.00 น. ถึงวันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2568 เวลา 00.30 น. (รวมเป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที) นั้น

    ขณะนี้ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร ได้ดำเนินการปรับปรุงการให้บริการ และเพิ่มประสิทธิภาพระบบ ebXML Gateway กรมศุลกากร (ระบบ Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 28/04/2568 เวลา 00.30 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

    คลิกเพื่อ Download เอกสารแจ้งปิดระบบ

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Singapore จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการ Maintenance ในวันเสาร์ที่ 12 เมษายน 2568 เวลา 14.00 - 20.00 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ Singapore ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 12/04/2568 เวลา 18.00 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร จะทำการขึ้นระบบงานพิธีการใบขนสินค้า (ระบบ Production) เพื่อรองรับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการดำเนินพิธีการศุลกากร (ระบบใหม่) ในวันอังคารที่ 1 เมษายน 2568 เวลา 05.00 - 07.00 น. (รวมเป็นระยะเวลา 2 ชั่วโมง) นั้น

    ขณะนี้ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร ได้ทำการขึ้นระบบงานพิธีการใบขนสินค้า (ระบบ Production) เพื่อรองรับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการดำเนินพิธีการศุลกากร (ระบบใหม่) เรียบร้อยแล้ว

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

    คลิกเพื่อ Download เอกสารแจ้งปิดระบบ

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Singapore จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการ Maintenance ในวันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2568 เวลา 14.00 - 22.59 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ Singapore ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 22/03/2568 เวลา 21.12 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ระบบ ebXML Gateway กรมศุลกากร ระบบงานจริง (Production) ขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถรับ-ส่งข้อมูลใบขนสินค้าได้ ตั้งแต่เวลา 15.49 – 18.45 น. นั้น

    ขณะนี้ ระบบ ebXML Gateway กรมศุลกากร ระบบงานจริง (Production) สามารถใช้งานได้ตามปกติ เรียบร้อยแล้ว

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

    คลิกเพื่อ Download เอกสารแจ้งระบบขัดข้อง

  • บริษัท เทรดสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เข้ารับการตรวจประเมิน ISO 9001:2015 โดยบริษัท ดับบลิวซีเอส เซาท์อีสเอเซีย จำกัด ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015 ณ บริษัท เทรดสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (สำนักงานใหญ่) ชั้น 16 อาคารเอ็มเอส สยาม ทาวเวอร์





  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ขณะนี้ระบบการรับ-ส่งข้อมูล ebXML ของ NSW (Production) ขัดข้องตั้งแต่เวลา 13.00 – 15.15 น. นั้น

    ขณะนี้ระบบการรับ-ส่งข้อมูล ebXML ของ NSW (Production) สามารถใช้งานได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Singapore จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อต่ออายุ Certificate (CPA) ในวันจันทร์ที่ 10 มีนาคม 2568 เวลา 17.00 - 21.00 น. โดยการดำเนินการดังกล่าวจะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    Singapore ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 10/03/2568 ทั้งนี้ระบบสามารถรับ – ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า ด้วยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร จะดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบ ebXML Gateway กรมศุลกากร ในวันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม 2568 เวลา 05.00 - 08.00 น. นั้น

    ขณะนี้ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมศุลกากร ได้ดำเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบ ebXML Gateway กรมศุลกากร เรียบร้อยแล้ว วันที่ 02/03/2568 เวลา 08.00 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

    คลิกเพื่อ Download เอกสารแจ้งปิดระบบ

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า วันที่ 26/02/2568 ตั้งแต่เวลา 07.51 น. ระบบท่าเรือสยามคอมเมอร์เชียล ซีพอร์ท ระบบงานจริง (Production) ขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถตอบกลับข้อมูลทุกประเภทเอกสารได้ ทั้งนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบและแก้ไข หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ระบบ Network ของทางเทรดสยามขัดข้อง ตั้งแต่วันที่ 24/02/2568 เวลา 04.40 - 06.00 น. โดยได้ดำเนินการแก้ไขด้วยการ Restart Load Balance แล้วเสร็จเมื่อเวลา 07:00 น.

    ทั้งนี้ระบบรับส่งข้อมูลของเทรดสยาม สามารถใช้งานได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า วันที่ 24/02/2568 ตั้งแต่เวลา 15.02 น. ระบบท่าเรือสยามคอมเมอร์เชียล ซีพอร์ท ระบบงานจริง (Production) ขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถตอบกลับข้อมูลทุกประเภทเอกสารได้ นั้น

    ขณะนี้ระบบท่าเรือสยามคอมเมอร์เชียล ซีพอร์ท ระบบงานจริง (Production) สามารถตอบกลับข้อมูลทุกประเภทเอกสาร ได้ตามปกติเรียบร้อยแล้ว วันที่ 24/02/2568 เวลา 18.30 น.

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า กรมควบคุมโรค (DDC) จะทำการปิดระบบออกหนังสือรับรองแหล่งผลิตแหล่งกำเนิดอาหารปลอดโรค (Pinkforms) ระบบงานจริง (Production) เพื่อดำเนินการ Back up ระบบออกหนังสือรับรองแหล่งผลิตแหล่งกำเนิดอาหารปลอดโรค (Pinkforms) ในวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 11.30 น. ถึงวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 07.59 น. นั้น

    ขณะนี้ กรมควบคุมโรค (DDC) ได้ทำการเปิดระบบออกหนังสือรับรองแหล่งผลิตแหล่งกำเนิดอาหารปลอดโรค (Pinkforms) ระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ระบบสามารถรับ-ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Singapore จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการ Maintenance ในวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 17.00 - 22.00 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ Singapore ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 22/02/2568 เวลา 20.47 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า การยางแห่งประเทศไทย (RAOT) จะทำการปิดระบบ e-SFR และระบบ e-Qc ระบบทดสอบ (Test) ในวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 09.00 น. ถึงวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 18.00 น.

    ทั้งนี้หากดำเนินการเรียบร้อยแล้วและระบบสามารถใช้งานได้ตามปกติ จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Singapore จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการ Maintenance ในวันเสาร์ที่ 25 มกราคม 2568 เวลา 17.00 - 22.59 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    Singapore ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว วันที่ 25/01/2568 เวลา 19.20 น. ทั้งนี้ระบบสามารถรับ – ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ ทางเทรดสยามได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ NSW ทราบว่า Singapore จะทำการปิดระบบงานจริง (Production) เพื่อทำการ Maintenance ในวันเสาร์ที่ 4 มกราคม 2568 เวลา 17.00 - 22.59 น. โดยการปิดระบบครั้งนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถรับ - ส่งข้อมูลหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) และข้อมูลใบขนสินค้าอาเซียน (ACDD) ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวได้ นั้น

    ขณะนี้ Singapore ได้ทำการเปิดระบบงานจริง (Production) เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ระบบสามารถรับ - ส่งข้อมูลได้ตามปกติ

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ 2568 นี้ ทางบริษัท เทรดสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ขออวยพรให้ลูกค้าทุกท่านมีความสุขกาย สบายใจ ปราศจากทุกข์โศก โรคภัย แคล้วคลาดปลอดภัยทั้งหลายทั้งปวง และทางบริษัทฯ ถือเป็นวันหยุดทำการบริษัทเช่นกัน โดยจะหยุดทำการวันที่ 28 ธันวาคม 2567 ถึง วันที่ 1 มกราคม 2568 แต่ระบบการรับส่งข้อมูลยังทำงานตามปกติ และบริษัทจะเปิดทำการตามปกติในวันที่ 2 มกราคม 2568 ในช่วงวันหยุดดังกล่าวจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าให้บริการลูกค้าประจำ Office ในช่วงเวลา 8.30-17.00 น. ซึ่งสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 02-350-3200 ต่อ 201-204 และนอกเวลาทำการสามารถติดต่อที่เบอร์ 089-895-9414

  • บริษัท เทรดสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เข้ารับการตรวจประเมิน ISO 9001:2015 โดยบริษัท ดับบลิวซีเอส เซาท์อีสเอเซีย จำกัด ครั้งที่ 2 ประจำปี 2567 เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการบริหารงานคุณภาพ ISO 9001:2015 ณ บริษัท เทรดสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (สำนักงานใหญ่) ชั้น 16 อาคารเอ็มเอส สยาม ทาวเวอร์







  • บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT โดย ดร.วงกต วิจักขณ์สังสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานดิจิทัล ในฐานะองค์กรผู้ให้บริการระบบ National Single Window (NSW Operator) เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนา “มาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยของการรับ-ส่งข้อมูลของผู้ให้บริการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (NSW Service Provider : NSP) วันอังคารที่ 27 สิงหาคม 2567 ณ ห้องประชุมใหญ่ชั้น 30 อาคารโทรคมนาคม บางรัก

    การสัมมนาให้ครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณศุภโชค จันทรประทิน เจ้าหน้าบริหารอาวุโส สายงานนโยบาย มาตรฐานและการกำกับดูแล สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ร่วมบรรยายในหัวข้อ “ข้อเสนอแนะมาตรฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่จำเป็นต่อธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ให้บริการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์” ได้รับความสนใจจากผู้ให้บริการ NSP เป็นอย่างมาก โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็น ISO/IEC 27001 และมาตรฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่จำเป็น เพื่อยกระดับการจัดการด้านความปลอดภัยของข้อมูล และลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางอิเล็กทรอนิกส์

    คลิกเพื่อ Download เอกสาร EDSP   เอกสาร CONEX   เอกสาร Cyfence

    ขอขอบคุณข่าวจาก NT https://www.ntplc.co.th/news/detail/nt-news-96



  • ทางเจ้าหน้าที่ NSW ขอแจ้งประชาสัมพันธ์สำหรับการตรวจสอบสถานะข้อมูลบนระบบ Tracking ของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในการใช้งาน e-Form D ผ่าน ASEAN Single Window โดยมีรายละเอียดตามข้อมูลด้านล่าง

    AMS Description
    Brunei
    Brunei
    https://login.bdnsw.gov.bn/ (registered user)
    Cambodia
    Cambodia
    https://tracking.nsw.gov.kh/public-search/atiga (public access)
    Indonesia
    Indonesia
    https://apps1.insw.go.id/tracking-atiga/index.php (public access)
    https://apps1.insw.go.id/ (registered user)
    Laos
    Laos
    http://101.78.9.237:9838 (public access)
    Myanmar
    Myanmar
    https://tracking.mcdnswrp.gov.mm/ (public access)
    Malaysia
    Malaysia
    http://newepco.dagangnet.com/dnex/login/index.html (registered user)
    Philippines
    Philippines
    http://info.tradenet.gov.ph/atiga_e-form_d_tracker/ (public access)
    Singapore
    Singapore
    https://www.tradenet.gov.sg/tradenet/login.portal (registered user)
    Thailand
    Thailand
    TH provide the link which is accessible for public:
    iOS : https://apps.apple.com/th/app/nsw-e-tracking/id1458687654
    Androids : https://play.google.com/store/apps/details?id=com.etacmob
    http://www.thainsw.net/ (registered user)
    Vietnam
    Vietnam
    https://khaibaohoso.vnsw.gov.vn/common/COFormDTracking (public access)

    บริษัท เทรดสยาม เรียนขออภัยในความไม่สะดวก หรือล่าช้าในการประสานงานมา ณ ที่นี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจ และการสนับสนุนจากผู้ประกอบการลูกค้าทุกท่านต่อไปอย่างต่อเนื่อง หากผู้ประกอบการลูกค้าท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้า บริษัทเทรดสยาม โทร 02-350-3200 ต่อ 201-204 (08.30-17.00 น.) หรือ 081-813-9414 , 089-895-9414 และ 084-930-9390 (นอก-ใน เวลาทำการ)

  • คุณโกวิท ธัญญรัตตกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทรดสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เข้ารับมอบหนังสือรับรองผลการทดสอบด้านการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ NSW จากผู้ให้บริการระบบ NSW โดยมี นายสมพงษ์ อัศวบุญมี ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจแลกเปลี่ยนข้อมูล บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้บริการระบบ NSW เป็นผู้มอบ บริษัท เทรดสยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้ผ่านการทดสอบด้านเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ NSW และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศข้อกำหนดการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ National Single Window (NSW)




  • ตามประกาศ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เรื่องข้อกำหนดการเชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ National Single Window (NSW) ประกาศ ณ วันที่ 19 ธ.ค.2565 หมวด ก ข้อ 2. มาตรฐานทางด้านเทคนิค กำหนดให้ผู้ใช้บริการ ที่มีความประสงค์เชื่อมโยงข้อมูลกับระบบ NSW จะต้องดำเนินการตามที่ผู้ให้บริการระบบ NSW กำหนด และต้องมีการกำหนดกระบวนการทางธุรกิจและแบบจำลองข้อมูล (Business Process and Information Models) ที่สอดคล้องกับ รูปแบบ ebXML และระบบจะต้องมีการจัดทำ Collaborations Protocol Agreement (CPA) ซึ่งเป็นการดำเนินการ ด้านเทคนิค ที่ครอบคลุมถึงความปลอดภัยทางไซเบอร์ และความสามารถในการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศต่างแพลตฟอร์ม ร่วมกับผู้ให้บริการระบบ NSW นั้น

    บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ในฐานะ NSW Operator ขอแจ้งให้ทราบว่า ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ เชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ NSW บางรายยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการเชื่อมโยงข้อมูลทาง อิเล็กทรอนิกส์ (NSW Service Provider : NSP) อย่างถูกต้องตามประกาศข้างต้น และ CPA ของผู้ให้บริการรายดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 4 ธันวาคม 2567 เวลา 13.32 น. ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องและความปลอดภัยในการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ NSW ได้

    ดังนั้น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) จึงขอแจ้งให้ผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวข้องกับการนำเข้า - ส่งออก หรือตัวแทนที่ใช้บริการ NSW ผ่านผู้ให้บริการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ดำเนินการสมัครขอใช้บริการเชื่อมโยงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ NSW จากผู้ให้บริการที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็น NSP โดยถูกต้องแล้วก่อนวันที่ 4 ธันวาคม 2567 เพื่อให้สามารถใช้บริการระบบ NSW ได้อย่างต่อเนื่องและมีความปลอดภัยทางไซเบอร์ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ขอสงวนสิทธิ์ความรับผิดชอบในความเสียหายใดๆ อันเกิดจากกรณีที่ผู้ประกอบการมิได้ใช้บริการจาก NSP ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ถูกต้องภายในระยะเวลาดังกล่าวตามประกาศฉบับนี้ ทั้งนี้ปัจจุบัน NSP ที่ขึ้นทะเบียนแล้วมีจำนวน 8 ราย ได้แก่

    1. บริษัท ทิฟฟ่า อีดีไอ เซอร์วิสเซส จำกัด

    2. บริษัท อี-คัสตอม เซอร์วิส จำกัด

    3. บริษัท เค-ซอฟท์แวร์ จำกัด

    4. บริษัท คอมพิวเตอร์ ดาต้า ซิสเต็ม จำกัด

    5. บริษัท ไทยเทรดเน็ท จำกัด

    6. บริษัท อีดีไอ สยาม จำกัด

    7. บริษัท ขวัญชัย เทคโนโลยี แอนด์ คอนซัลแตนท์จำกัด

    8. บริษัท เทรด สยาม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด


ข่าวสารภัยคุกคามทางไซเบอร์

  • Google เตรียมบังคับใช้มาตรการเข้มงวดบน Play Store เพื่อจัดการแอป Android ที่มีการทำงานเบื้องหลังมากเกินไปจนทำให้แบตเตอรี่หมดเร็ว โดยอาศัยเกณฑ์วัด “Excessive Partial Wake Locks” ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Samsung แอปที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายอาจถูกลดการมองเห็นจากระบบแนะนำหรือถูกติดป้ายเตือนบนหน้าแอป นักพัฒนาต้องปรับปรุงแอปให้สอดคล้องกับมาตรฐานดังกล่าวภายในวันที่ 1 มีนาคม 2026

    ระบบ Android Vitals จะตรวจสอบช่วงเวลาที่แอปทำงานในขณะหน้าจอดับ หากแอปมีการเรียกใช้งาน Wake Lock นานเกิน 2 ชั่วโมงภายใน 24 ชั่วโมง (ยกเว้นกรณีจำเป็น เช่น เล่นเพลงหรือถ่ายโอนข้อมูลโดยผู้ใช้สั่งการ) จะถูกนับเป็นพฤติกรรมที่เกินเกณฑ์ และหากตรวจพบพฤติกรรมดังกล่าวมากกว่า 5% ของการใช้งานทั้งหมดในช่วง 28 วัน แอปนั้นจะได้รับการแจ้งเตือนและอาจถูกดำเนินการตามนโยบายคุณภาพ

    นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้นักพัฒนาปรับปรุงการจัดการทรัพยากรของแอป รวมถึงการใช้งานไลบรารีภายนอก (SDKs) เพื่อลดการสิ้นเปลืองแบตเตอรี่โดยไม่จำเป็น Google ระบุว่ามาตรการดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของแอปเป็นหลัก ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้ตรวจจับมัลแวร์ สปายแวร์ หรือแอดแวร์ แม้ว่าซอฟต์แวร์อันตรายเหล่านั้นมักใช้เทคนิคที่ทำให้อุปกรณ์ไม่เข้าสู่โหมดพักเครื่องเช่นเดียวกันก็ตาม


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://www.bleepingcomputer.com/news/security/google-to-flag-android-apps-with-excessive-battery-use-on-the-play-store/

  • เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2025 ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลก ต้องเผชิญกับปัญหาไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์และแอปพลิเคชันจำนวนมากได้ โดยต้นตอของปัญหาเกิดจาก Cloudflare ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ที่รองรับ Traffic ข้อมูลถึง 20% ของโลก ซึ่งทางด้าน Dane Knecht ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Cloudflare ได้ออกมาชี้แจงว่าสาเหตุเกิดจากบั๊กที่ซ่อนอยู่ (Latent bug) ซึ่งถูกกระตุ้นให้ทำงานหลังจากมีการปรับเปลี่ยนการตั้งค่าตามปกติในส่วนของบริการ Bot Mitigation ส่งผลให้เกิดข้อผิดพลาดลุกลามไปทั่วเครือข่าย พร้อมยืนยันหนักแน่นว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ “ไม่ใช่การโจมตีทางไซเบอร์”

    ผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วเนื่องจาก Cloudflare เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของเว็บไซต์นับล้าน โดยเว็บไซต์การให้บริการและแพลตฟอร์มชื่อดังต่างได้รับผลกระทบจนไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว อาทิ ChatGPT, Canva, Uber, Shopify, Discord, X (Twitter) รวมถึงบริการสตรีมมิ่งและเกมออนไลน์ต่าง ๆ แม้กระทั่ง Downdetector เว็บไซต์สำหรับรายงานเว็บล่มก็ยังประสบปัญหาในการใช้งาน เหตุการณ์นี้เน้นย้ำให้เห็นถึงความเปราะบางของโครงสร้างอินเทอร์เน็ตยุคปัจจุบันที่มีจุดตาย (Chokepoints) อยู่ที่ผู้ให้บริการรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาเพียงจุดเดียวก็สามารถสร้างความเสียหายในวงกว้างได้ทันที

    ล่าสุด Cloudflare ยืนยันว่าได้ดำเนินการแก้ไขและเชื่อว่าสถานการณ์ได้คลี่คลายแล้ว แต่ก็มีผู้ใช้งานบางส่วนอาจยังพบปัญหาที่ยังคงอยู่ เช่น การโหลดหน้าเว็บไซต์ช้า หรือการเข้าสู่ระบบไม่ได้ในบางช่วง ซึ่งเหตุการณ์นี้นับเป็นครั้งที่ 2 ในระยะเวลาสั้น ๆ ที่โครงสร้างพื้นฐานหลักของอินเทอร์เน็ตเกิดปัญหาใหญ่ ต่อจากกรณีของ AWS เมื่อเดือนก่อน ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีต่างออกมาแนะนำว่า องค์กรยุคใหม่จำเป็นต้องออกแบบระบบให้มีความยืดหยุ่น (Resilient-by-design) และลดการพึ่งพาผู้ให้บริการคลาวด์เพียงเจ้าเดียว พร้อมสร้างสถาปัตยกรรมที่สามารถสลับเส้นทางหรือแยกปัญหาได้ทันทีเมื่อตรวจพบเหตุขัดข้อง เพื่อป้องกันผลกระทบเป็นวงกว้างเช่นเหตุการณ์ครั้งนี้อีกในอนาคต


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://hackread.com/cloudflare-outage-jolts-internet-who-was-hit/

  • Microsoft ยืนยันกำลังเร่งตรวจสอบปัญหาทางเทคนิคที่พบในแพตช์อัปเดตความปลอดภัยส่วนขยาย (Extended Security Update – ESU) รหัส KB5068781 สำหรับ Windows 10 ซึ่งปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยผู้ใช้งานในกลุ่มองค์กรจำนวนมากรายงานว่าไม่สามารถติดตั้งอัปเดตดังกล่าวได้ และพบรหัสข้อผิดพลาด 0x800f0922 โดย Microsoft ระบุว่าปัญหานี้เกิดขึ้นเฉพาะอุปกรณ์ที่เปิดใช้งานสิทธิ์ผ่าน Windows subscription activation ใน Microsoft 365 Admin Center เท่านั้น

    ลักษณะของปัญหาที่พบคือ ระบบจะแสดงการติดตั้งอัปเดตสำเร็จ แต่เมื่อรีสตาร์ทเครื่องระบบจะล้มเหลวในการนำการเปลี่ยนแปลงไปใช้และย้อนคืนค่าเดิม (Rollback) พร้อมแสดง Error Code 0x800f0922 ขณะนี้ Microsoft ยังไม่มีกำหนดการแก้ไข (ETA) ที่ชัดเจน และไม่มีแนวทางการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น (Workaround) ใดๆ ออกมา

    นอกจากนี้ ผู้ดูแลระบบในหลายองค์กรยังพบปัญหาเพิ่มเติม อุปกรณ์ Windows 10 บางเครื่องไม่แสดงสถานะว่าต้องติดตั้งอัปเดต KB5068781 ทั้งที่อุปกรณ์เหล่านั้นควรได้รับการอัปเดตตามปกติ ส่งผลให้เกิดความสับสนและอาจกระทบต่อการบริหารจัดการแพตช์ความปลอดภัยภายในองค์กร


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://www.bleepingcomputer.com/news/microsoft/microsoft-windows-10-kb5068781-esu-update-may-fail-with-0x800f0922-errors/

  • ASUS ได้ออกอัปเดตเพื่อแก้ไขช่องโหว่ระดับ Critical ที่หมายเลข CVE-2025-59367 (CVSS 9.3) ซึ่งเป็นช่องโหว่แบบ Authentication Bypass ที่ทำให้ผู้โจมตีจากระยะไกลสามารถเข้าถึงเราเตอร์ที่ยังไม่ได้อัปเดตได้โดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน โดยช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อเราเตอร์ DSL-AC51, DSL-N16 และ DSL-AC750 ซึ่งทาง ASUS ได้ปล่อยเฟิร์มแวร์เวอร์ชัน 1.1.2.3_1010 เพื่อแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าว พร้อมแนะนำให้ผู้ใช้ดำเนินการอัปเดตทันทีเพื่อความปลอดภัยของอุปกรณ์

    ASUS แนะนำให้ผู้ใช้เราเตอร์รุ่นที่หมดอายุการสนับสนุน (EOL) ตั้งรหัสผ่านที่แข็งแรงและไม่ซ้ำกันสำหรับทั้ง Wi-Fi และระบบบริหารจัดการเราเตอร์ รวมถึงปิดบริการที่เปิดสู่ภายนอกทั้งหมด (เช่น WAN Access, Port Forwarding, DDNS, VPN Server, DMZ, Port Triggering, FTP) เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตี นอกจากนี้ ผู้ใช้ควรตรวจสอบและอัปเดตเฟิร์มแวร์อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากอุปกรณ์เน็ตเวิร์ก เช่น เราเตอร์ ASUS มักตกเป็นเป้าหมายของบ็อตเน็ต โดยก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม 2025 นักวิจัยจาก GreyNoise ได้รายงานการแพร่ระบาดของบ็อตเน็ต AyySSHush ที่เจาะระบบเราเตอร์ ASUS มากกว่า 9,000 เครื่องและติดตั้ง SSH Backdoor ทำให้การอัปเดตเฟิร์มแวร์และปิดบริการที่ไม่จำเป็นเป็นมาตรการสำคัญเพื่อป้องกันการบุกรุกในลักษณะนี้


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://securityaffairs.com/184636/security/critical-cve-2025-59367-flaw-lets-hackers-access-asus-dsl-routers-remotely.html

  • Logitech บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชื่อดัง ได้ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เพื่อยืนยันเหตุการณ์การละเมิดข้อมูล (Data Breach) โดยระบุว่ามีการขโมยข้อมูลออกไปจริง ซึ่งทางบริษัทชี้แจงว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการผลิต การดำเนินธุรกิจ หรือความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์แต่อย่างใด และหลังจากตรวจพบปัญหา ทางบริษัทได้เร่งประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์เพื่อตรวจสอบและแก้ไขสถานการณ์ทันที

    จากการตรวจสอบเบื้องต้น Logitech เปิดเผยว่าข้อมูลที่ถูกเข้าถึงน่าจะเป็นข้อมูลบางส่วนของพนักงานและผู้บริโภค รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าและซัพพลายเออร์ แต่ยืนยันว่าแฮกเกอร์ ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนสูง เช่น เลขบัตรประชาชน หรือข้อมูลบัตรเครดิต เนื่องจากข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ถูกเก็บไว้ในระบบที่ได้รับผลกระทบ โดยสาเหตุหลักมาจากการโจมตีผ่านช่องโหว่ Zero-day ของซอฟต์แวร์บุคคลที่สาม (Third-party) ซึ่งทาง Logitech ได้ทำการแพตช์แก้ไขทันทีที่มีการปล่อยตัวอัปเดตออกมา แม้ Logitech จะไม่ได้ระบุชื่อซอฟต์แวร์ต้นเหตุ แต่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มแฮกเกอร์อย่าง Clop ที่เพิ่งนำข้อมูลขนาด 1.8 TB ของ Logitech ขึ้นบนเว็บไซต์ข่มขู่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคาดว่าเป็นผลพวงมาจากการโจมตีผ่านช่องโหว่ของ Oracle E-Business Suite (CVE-2025-61882) ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นแคมเปญโจมตีใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อองค์กรระดับโลกหลายแห่ง อาทิ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด, สายการบิน Envoy Air และ The Washington Post ทั้งนี้ กลุ่ม Clop มีประวัติในการใช้ช่องโหว่ Zero-day โจมตีระบบโอนถ่ายข้อมูลขององค์กรทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://www.bleepingcomputer.com/news/security/logitech-confirms-data-breach-after-clop-extortion-attack/

  • Google และ Mozilla ได้ออกอัปเดตด้านความปลอดภัยล่าสุดสำหรับเบราว์เซอร์ Chrome และ Firefox โดยแก้ไขช่องโหว่ความรุนแรงสูงหลายรายการ ภายในอัปเดต Chrome 142 Google ได้แก้ไขช่องโหว่หมายเลข CVE-2025-13042 ที่เป็นปัญหา inappropriate implementation ใน V8 JavaScript Engine แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด แต่ช่องโหว่นี้อาจนำไปสู่การโจมตีแบบ DoS หรือการเรียกใช้โค้ดจากระยะไกลได้ ทั้งนี้ Chrome เวอร์ชันล่าสุดได้ถูกปล่อยให้ผู้ใช้บน Linux, macOS และ Windows แล้ว

    ทางด้าน Mozilla ได้เผยแพร่ Firefox 145 พร้อมแพตช์แก้ไขช่องโหว่รวม 16 รายการ โดยมีช่องโหว่ระดับความรุนแรงสูงถึง 9 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ component ด้านกราฟิก เช่น ข้อผิดพลาด Incorrect Boundary Conditions ใน WebGPU และ WebAssembly รวมถึงจุดอ่อน JIT Miscompilation ใน JavaScript Engine นอกจากนี้ ช่องโหว่หมายเลข CVE-2025-13027 ยังถูกระบุว่าเป็นกลุ่มของข้อบกพร่องด้าน Memory Safety ที่ส่งผลกระทบต่อทั้ง Firefox 144 และ Thunderbird 144

    โดย Mozilla ยังออกอัปเดตสำหรับเวอร์ชันองค์กร ได้แก่ Firefox ESR 140.5 ซึ่งแก้ไขช่องโหว่ 9 รายการ และ Firefox ESR 115.30 ที่แก้ไขช่องโหว่เพิ่มเติม 4 รายการ ทั้ง Google และ Mozilla ยืนยันว่ายังไม่พบการโจมตี (in the wild) ที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เหล่านี้ อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ผู้ใช้และองค์กรอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดโดยทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัย


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://www.securityweek.com/firefox-145-and-chrome-142-patch-high-severity-flaws-in-latest-releases/

  • นักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์พบกลุ่มผู้โจมตีขั้นสูง (APT) ใช้ช่องทางของบริการ Google Find Hub ซึ่งเป็นเครื่องมือ Find My Device ของ Android เพื่อระบุตำแหน่งพิกัด (GPS) ของเป้าหมายและสั่งรีเซ็ตอุปกรณ์กลับสู่ค่าเริ่มต้นจากระยะไกล เพื่อปกปิดร่องรอยการโจมตี ตัดการเชื่อมต่อบัญชีของเหยื่อจากบริการต่าง ๆ โดยเฉพาะแอปสื่อสาร ก่อนใช้บัญชีที่ถูกยึดส่งต่อไฟล์มัลแวร์ต่อไปยังรายชื่อผู้ติดต่อของเหยื่อ

    จากการวิเคราะห์ของนักวิจัยพบว่า การโจมตีเริ่มจากการส่งอีเมลฟิชชิงที่แอบอ้างเป็นหน่วยงานหรือองค์กรที่น่าเชื่อถือ เมื่อเหยื่อเปิดไฟล์แนบประเภท MSI หรือ ZIP ภายในจะมีสคริปต์ติดตั้งมัลแวร์ (install.bat) และสคริปต์หลอกผู้ใช้ให้เข้าใจผิดว่าเกิดข้อผิดพลาดด้านภาษา ขณะเดียวกันมัลแวร์จะดาวน์โหลดโมดูลเพิ่มเติมจากเซิร์ฟเวอร์ควบคุม (C2) เพื่อให้ผู้โจมตีสามารถเข้าควบคุมระบบจากระยะไกลและขโมยข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสบัญชีอีเมลและข้อมูลเข้าสู่ระบบของบริการออนไลน์ต่าง ๆ

    เมื่อผู้โจมตีเข้าถึงบัญชี Google ของเหยื่อได้จะใช้สิทธิ์ดังกล่าวเข้าสู่ Find Hub เพื่อดึงข้อมูลอุปกรณ์ Android ที่เชื่อมโยงกับบัญชีและสั่งรีเซ็ตอุปกรณ์เพื่อลบข้อมูลทั้งหมด จากนั้นใช้บัญชีผู้ใช้ที่ถูกยึดบนคอมพิวเตอร์ที่ติดมัลแวร์ในการส่งไฟล์อันตรายต่อไปยังผู้ติดต่อของเหยื่อ นักวิจัยแนะนำให้ผู้ใช้เปิดใช้งาน การยืนยันตัวตนหลายขั้นตอน (MFA) สำหรับบัญชี Google ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับบัญชีอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการเปิดไฟล์แนบหรือดาวน์โหลดโปรแกรมจากผู้ส่งที่ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้โดยตรง


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://www.bleepingcomputer.com/news/security/apt37-hackers-abuse-google-find-hub-in-android-data-wiping-attacks/

  • นักวิจัยด้านความปลอดภัยเปิดเผย แคมเปญมัลแวร์ GlassWorm กลับมาระบาดอีกครั้งบนแพลตฟอร์ม OpenVSX หลังจากถูกตรวจพบเมื่อเดือนก่อน ซึ่งครั้งนี้แฝงตัวอยู่ในส่วนขยาย Visual Studio Code (VSCode) จำนวน 3 รายการ ได้แก่ ai-driven-dev.ai-driven-dev, adhamu.history-in-sublime-merge และ yasuyuky.transient-emacs ซึ่งมียอดดาวน์โหลดรวมกว่า 10,000 ครั้ง มัลแวร์ดังกล่าวใช้ธุรกรรมบนบล็อกเชน Solana เพื่อดึงเพย์โหลดที่มุ่งขโมยข้อมูลบัญชีจาก GitHub, NPM, OpenVSX และกระเป๋าคริปโทเคอร์เรนซี โดยใช้เทคนิคซ่อนโค้ดอันตรายในอักขระ Unicode ที่ไม่มีการแสดงผลบนหน้าจอ เพื่อให้โค้ด JavaScript ทำงานโดยไม่ถูกตรวจจับ

    GlassWorm ถูกตรวจพบครั้งแรกผ่านส่วนขยาย 12 รายการบน VSCode Marketplace และ OpenVSX มียอดดาวน์โหลดรวมกว่า 35,000 ครั้ง โดยผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าผู้โจมตีอาจปลอมจำนวนดาวน์โหลดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ หลังเหตุการณ์นั้น OpenVSX ได้รีเซ็ตโทเคนของบัญชีที่ได้รับผลกระทบและเสริมมาตรการความปลอดภัย แต่ผู้โจมตียังคงใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิม พร้อมอัปเดตเซิร์ฟเวอร์ควบคุม (C2) และธุรกรรม Solana เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ ขณะที่เทคนิคการซ่อนโค้ดยังคงใช้รูปแบบเดียวกับเวอร์ชันก่อน ซึ่งยังสามารถหลีกเลี่ยงระบบป้องกันของ OpenVSX ได้สำเร็จ

    Koi Security ระบุว่าจากข้อมูลที่ได้จากเซิร์ฟเวอร์ของผู้โจมตี แคมเปญนี้มีเหยื่อกระจายอยู่ทั่วโลก ทั้งในสหรัฐอเมริกา อเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย และหน่วยงานรัฐในตะวันออกกลาง โดยพบว่ากลุ่มผู้โจมตีสื่อสารด้วยภาษารัสเซียและใช้เฟรมเวิร์กโอเพ่นซอร์สชื่อ RedExt สำหรับควบคุมเซิร์ฟเวอร์ C2 นักวิจัยได้ส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงบัญชีที่เชื่อมโยงกับเว็บแลกเปลี่ยนคริปโทและแพลตฟอร์มสื่อสารแล้ว อย่างไรก็ตาม ส่วนขยายทั้งสามรายการยังคงเปิดให้ดาวน์โหลดได้บน OpenVSX ขณะที่รอการถอดถอนอย่างเป็นทางการ


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://www.bleepingcomputer.com/news/security/glassworm-malware-returns-on-openvsx-with-3-new-vscode-extensions/

  • Cisco ออกอัปเดตด้านความปลอดภัยเพื่อแก้ไขช่องโหว่ร้ายแรงในซอฟต์แวร์ Unified Contact Center Express (UCCX) ที่หมายเลข CVE-2025-20354 มีคะแนน CVSS 9.8 โดยช่องโหว่นี้เกิดจากการตรวจสอบสิทธิ์ที่ไม่ถูกต้องในกระบวนการ Java Remote Method Invocation (RMI) ทำให้ผู้โจมตีจากระยะไกลสามารถอัปโหลดไฟล์ที่เป็นอันตราย และรันคำสั่งบนระบบด้วยสิทธิ์ระดับ root ได้โดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน ส่งผลให้ระบบบริหารจัดการ Contact Center อาจถูกควบคุมได้อย่างสมบูรณ์หากถูกโจมตีสำเร็จ

    ตามข้อมูลที่ Cisco ระบุใน Security Advisory ช่องโหว่นี้ทำให้ RMI endpoint ยอมรับคำสั่งและข้อมูลที่ถูกปลอมแปลง ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถอัปโหลดไฟล์ที่เตรียมไว้ล่วงหน้าเพื่อนำไปใช้ในการเรียกใช้งานคำสั่งบนระบบปฏิบัติการและยกระดับสิทธิ์เป็น root ได้ โดยทาง Cisco ระบุว่าไม่มีวิธีแก้ไขชั่วคราว (no workaround) และแนะนำให้ผู้ใช้อัปเดตซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขทันที ได้แก่ UCCX 12.5 SU3 ES07 และ 15.0 ES01

    Cisco PSIRT ยืนยันว่าในขณะนี้ยังไม่พบการโจมตี (in the wild) ที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2025-20354 อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ออกคำเตือนเพิ่มเติมว่า มีความพยายามโจมตีรูปแบบใหม่ที่มุ่งเป้าไปที่อุปกรณ์ Secure Firewall ASA และ FTD ผ่านช่องโหว่ CVE-2025-20333 และ CVE-2025-20362 แนะนำให้องค์กรตรวจสอบเวอร์ชันที่ใช้งานและเร่งอัปเดตแพตช์ เพื่อป้องกันการเข้าควบคุมระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://securityaffairs.com/184321/security/cisco-fixes-critical-uccx-flaw-allowing-root-command-execution.html

  • นักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์ เปิดเผยรายละเอียดช่องโหว่ 4 รายการใน Microsoft Teams ซึ่งอาจเปิดทางให้ผู้โจมตีปลอมตัวเป็นเพื่อนร่วมงาน แก้ไขข้อความโดยไม่ถูกตรวจพบ หลอกให้เหยื่อเชื่อว่าข้อความมาจากผู้บริหารหรือบุคคลที่เชื่อถือได้ ช่องโหว่เหล่านี้ได้รับการเปิดเผยต่อ Microsoft ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2024 และได้รับการแก้ไขบางส่วนในเดือนสิงหาคม ภายใต้รหัส CVE-2024-38197 ก่อนที่แพตช์เพิ่มเติมจะถูกปล่อยออกมาในเดือนกันยายน 2024 และตุลาคม 2025

    ช่องโหว่ดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีสามารถแก้ไขเนื้อหาข้อความโดยไม่แสดงป้าย Edited และแก้ไขการแจ้งเตือน (Notification) เพื่อเปลี่ยนชื่อผู้ส่ง ทำให้เหยื่อเข้าใจผิดว่าข้อความมาจากบุคคลภายในองค์กร เช่น ผู้บริหารระดับสูง หรือฝ่าย IT ซึ่งอาจนำไปสู่การคลิกลิงก์อันตรายหรือเปิดเผยข้อมูลสำคัญโดยไม่ตั้งใจ นอกจากนี้ยังสามารถปลอมชื่อผู้โทรในระหว่างการสนทนา เปลี่ยนหัวข้อของการแชตส่วนตัวเพื่อแก้ไขชื่อที่แสดง รวมถึงสร้างการแจ้งเตือนปลอมระหว่างการโทร เพื่อหลอกให้ผู้รับเชื่อว่ากำลังติดต่อกับบุคคลจริง

    Microsoft ระบุว่า CVE-2024-38197 เป็นช่องโหว่ระดับ ปานกลาง (CVSS 6.5) ที่เกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงชื่อผู้ส่งในTeams for iOS ซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในการโจมตีแบบ Social Engineering เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล นักวิจัยเตือนว่าช่องโหว่เหล่านี้มีผลกระทบต่อความไว้วางใจของแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้มากกว่า 320 ล้านคนทั่วโลก พร้อมแนะนำให้องค์กรเพิ่มมาตรการตรวจสอบความถูกต้องของข้อความ การแจ้งเตือน และผู้ติดต่อในระบบสื่อสารภายในอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงในอนาคต


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://thehackernews.com/2025/11/microsoft-teams-bugs-let-attackers.html

  • Google ได้เผยแพร่อัปเดตด้านความปลอดภัยประจำเดือนพฤศจิกายน 2025 สำหรับระบบปฏิบัติการ Android โดยแก้ไขช่องโหว่ที่สำคัญในส่วนของ System component จำนวน 2 รายการ โดยหนึ่งในนั้นเป็นช่องโหว่ระดับ Critical ที่สามารถถูกโจมตีแบบ Remote Code Execution (RCE) ได้ โดยไม่ต้องใช้สิทธิ์เพิ่มเติม และไม่ต้องการการโต้ตอบจากผู้ใช้ ช่องโหว่ดังกล่าวรวมอยู่ในชุดแพตช์ความปลอดภัย Android security patch level 2025-11-01 และเป็นแพตช์เพียงชุดเดียวที่ Google เผยแพร่ในรอบนี้

    ช่องโหว่แรก CVE-2025-48593 เกิดจากการตรวจสอบข้อมูลป้อนเข้าที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดจากระยะไกลบนอุปกรณ์ได้ (Remote Code Execution – RCE) ช่องโหว่นี้กระทบ Android เวอร์ชัน 13, 14, 15 และ 16 ส่วนช่องโหว่ที่สอง CVE-2025-48581 อยู่ในไฟล์ apexd.cpp ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดในขั้นตอนตรวจสอบการติดตั้งโมดูล ทำให้ผู้โจมตีสามารถบล็อกอัปเดตความปลอดภัย และนำไปสู่การยกระดับสิทธิ์ (Local Privilege Escalation) ได้โดยไม่ต้องมีสิทธิ์เพิ่มเติม ช่องโหว่นี้กระทบ Android เวอร์ชัน 16

    โดยทาง Google ระบุว่าขณะนี้ยังไม่พบการโจมตีที่เกิดขึ้นจริงและกำลังแพร่กระจายอยู่ในระบบหรือเครือข่ายของผู้ใช้ทั่วไป (In the wild attack) ที่ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทั้งสองรายการ แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรอัปเดตแพตช์ทันทีเมื่อได้รับการแจ้งเตือนจากอุปกรณ์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://securityaffairs.com/184208/security/google-fixed-a-critical-remote-code-execution-in-android.html

  • Google ได้เพิ่มความสามารถของฟีเจอร์ Autofill (การกรอกข้อมูลอัตโนมัติ) ในเบราว์เซอร์ Chrome ให้สามารถจดจำและกรอกข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อนได้ เช่น ข้อมูลใบอนุญาตขับขี่, หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) และแม้กระทั่งหมายเลขตัวถังรถยนต์ (Vehicle Identification Number – VIN) โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการกรอกแบบฟอร์มต่าง ๆ บนโลกออนไลน์ โดย Google ยืนยันว่าการอัปเกรดครั้งนี้มาพร้อมกับการปกป้องความเป็นส่วนตัวที่รัดกุมยิ่งขึ้น โดยข้อมูลจะถูกจัดเก็บเมื่อผู้ใช้งานอนุญาต (consent) เท่านั้น และมีการเข้ารหัส (encryption) เพื่อป้องกัน และจะมีการขอคำยืนยัน ก่อนนำข้อมูลไปใช้งานเสมอ โดยระบุว่าผู้ใช้จะยังคง “ควบคุมข้อมูลของตัวเองได้เต็มที่”

    แม้ความสะดวกสบายจะเป็นจุดขายที่ชัดเจน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้นำมาซึ่งความกังวลมากยิ่งขึ้น เนื่องจากข้อมูลอย่างพาสปอร์ตหรือรายละเอียดรถยนต์นั้น สามารถเปิดเผยตัวตนได้เชิงลึกกว่าข้อมูลที่อยู่หรือเบอร์โทรศัพท์ทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดย นีเวดิตา เมอร์ธี ที่ปรึกษาอาวุโสจาก Black Duck ตั้งข้อสังเกตว่า แม้ Autofill จะช่วยประหยัดเวลา แต่ก็นำไปสู่การรวบศูนย์ข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในที่เดียว เธอยังเตือนว่า หากบัญชี Google ซึ่งมักใช้ยืนยันตัวตนในบริการอื่น ถูกเจาะหรือถูกเข้ายึดครองได้สำเร็จ (compromised) แฮกเกอร์ก็อาจเข้าถึงได้ทั้งอีเมลและข้อมูลระบุตัวตนที่ละเอียดอ่อนเหล่านี้ไปพร้อมกัน ผู้ใช้งานจึงจำเป็นต้องพิจารณาระหว่างความสะดวกสบายและผลกระทบที่อาจตามมา

    ยิ่งไปกว่านั้น ฟีเจอร์ใหม่นี้ยังสวนทางกับคำแนะนำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีอยู่ ซึ่งมักเตือนให้ผู้ใช้งาน หลีกเลี่ยงการเก็บรหัสผ่านหรือข้อมูล Autofill ไว้ในเบราว์เซอร์ เนื่องจากปัจจุบันมีมัลแวร์จำนวนมาก เช่น Shuyal Stealer ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อมุ่งเป้าโจมตีและขโมยข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ในลักษณะนี้โดยเฉพาะ ในขณะนี้ Google ได้เริ่มทยอยเปิดให้ใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวใน Chrome สำหรับเดสก์ท็อปทั่วโลก และมีแผนจะขยายขีดความสามารถในอนาคต แม้บริษัทจะย้ำว่าความเป็นส่วนตัวคือหัวใจของการออกแบบ แต่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ผู้ใช้ต้องพิจารณาระหว่างความสะดวก และ ความเสี่ยง เพราะเมื่อข้อมูลสำคัญถูกรวมไว้ในระบบเดียว สิ่งที่ง่ายสำหรับเจ้าของบัญชี ก็อาจกลายเป็นสิ่งที่ง่ายสำหรับแฮกเกอร์ด้วยเช่นกัน


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://hackread.com/google-chrome-autofill-passports-licenses-safe/

  • Google ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าโฆษณา (Google Ads) จะยังคงเป็นส่วนสำคัญในบริการค้นหา แม้จะเข้าสู่ยุคของ AI Search เต็มรูปแบบก็ตาม แต่ด้วยรายได้มหาศาลถึง 5.657 หมื่นล้านดอลลาร์จากโฆษณาบน Search และ YouTube ในไตรมาสล่าสุด จึงเป็นไปไม่ได้ที่ Google จะละทิ้งโมเดลธุรกิจนี้ ซึ่งผู้บริหารของ Google ชี้แจงว่า แม้โฆษณาจะไม่หายไป แต่ประสบการณ์และรูปแบบของการแสดงผลจะถูกวิวัฒนาการเพื่อให้สอดรับกับภูมิทัศน์ใหม่ของเทคโนโลยี

    ปัจจุบัน Google กำลังผลักดัน AI สองรูปแบบหลักในบริการค้นหา ได้แก่ AI Overviews (การสรุปคำตอบอัจฉริยะที่ด้านบนผลการค้นหา) และ AI Mode (โหมดการค้นหาแบบสนทนาคล้าย ChatGPT ที่เน้นความเฉพาะบุคคล) จุดที่น่าจับตามองที่สุดคือแผนการผสาน AI Mode เข้ากับบริการส่วนตัวอย่าง Gmail และ Drive ซึ่งจะทำให้ AI สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อสร้างประสบการณ์ที่รู้ใจผู้ใช้งานได้อย่างลึกซึ้ง และนี่คือทิศทางที่ Google กำลังมุ่งไปอย่างชัดเจน ผู้บริหารของ Google อธิบายว่า ประสบการณ์โฆษณาในอนาคตจะเปลี่ยนไป โดย AI จะเปิดโอกาสให้โฆษณามีประโยชน์มากขึ้น และสามารถตอบสนองต่อคำค้นหาที่ซับซ้อนและเป็นส่วนตัวสูง แทนที่จะเป็นแค่คีย์เวิร์ดสั้น ๆ เช่น การขอคำแนะนำร้านอาหารโดยระบุเงื่อนไขละเอียด (กลุ่มใหญ่, การแพ้อาหาร, แสงสว่าง, การจองล่วงหน้า) หรือการค้นหาผลิตภัณฑ์จากรูปภาพ เช่น “หารองเท้าที่คล้ายกับคู่นี้” ขณะนี้ Google ได้เริ่มทดลองโฆษณารูปแบบใหม่ใน AI Mode แล้ว และคาดว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับแผนการทั้งหมดมากขึ้นในปีหน้า


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://www.bleepingcomputer.com/news/google/google-confirms-ai-search-will-have-ads-but-they-may-look-different/

  • นักวิจัยด้านความปลอดภัยพบช่องโหว่ในปลั๊กอิน Anti-Malware Security and Brute-Force Firewall สำหรับ WordPress ซึ่งมีการติดตั้งใช้งานมากกว่า 100,000 เว็บไซต์ทั่วโลก โดยช่องโหว่นี้ถูกระบุรหัส CVE-2025-11705 เกิดจากการขาดการตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้ (Capability Check) ในฟังก์ชัน GOTMLS_ajax_scan() ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปที่มีสิทธิ์ระดับ subscriber สามารถเรียกใช้งานฟังก์ชันดังกล่าวเพื่ออ่านไฟล์ใด ๆ บนเซิร์ฟเวอร์ได้ รวมถึงไฟล์สำคัญอย่าง wp-config.php ที่เก็บข้อมูลชื่อฐานข้อมูลและรหัสผ่าน ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและบัญชีผู้ดูแลระบบของเว็บไซต์

    แม้ช่องโหว่นี้จะต้องอาศัยการล็อกอินเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะถูกนำมาใช้โจมตี แต่เว็บไซต์ที่เปิดให้ผู้ใช้สมัครสมาชิก เช่น เว็บบล็อกหรือเว็บฟอรัม ยังคงมีความเสี่ยงสูง เนื่องจากผู้โจมตีสามารถสร้างบัญชีเพื่อใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ดังกล่าวได้ หากเข้าถึงฐานข้อมูลสำเร็จ อาจนำไปสู่การขโมยข้อมูลผู้ใช้ รหัสผ่านที่ถูกแฮช คีย์ยืนยันตัวตน และข้อมูลภายในอื่น ๆ ซึ่งอาจส่งผลให้เว็บไซต์ถูกบุกรุกหรือข้อมูลรั่วไหล

    ผู้พัฒนาได้ออกแพตช์แก้ไขในเวอร์ชัน 4.23.83 โดยเพิ่มการตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้ผ่านฟังก์ชันใหม่ GOTMLS_kill_invalid_user() ผู้ดูแลเว็บไซต์ที่ยังใช้เวอร์ชันเก่ากว่า 4.23.81 ควรรีบอัปเดตปลั๊กอินโดยทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกโจมตีในอนาคต ข้อมูลจาก WordPress.org ระบุว่ามีเว็บไซต์กว่า 50,000 เว็บไซต์ที่อัปเดตแล้ว แต่ยังมีอีกจำนวนมากที่ยังคงใช้เวอร์ชันที่มีช่องโหว่ ทั้งนี้ Wordfence ระบุว่ายังไม่พบการโจมตีจริงในขณะนี้ แต่เตือนว่าการเปิดเผยรายละเอียดช่องโหว่อาจกระตุ้นให้ผู้ไม่หวังดีเริ่มใช้ประโยชน์จากช่องโหว่นี้


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://www.bleepingcomputer.com/news/security/wordpress-security-plugin-exposes-private-data-to-site-subscribers/

  • ทีมนักวิจัยจาก iVerify เปิดเผยการค้นพบมัลแวร์ HyperRat ซึ่งเป็น Remote Access Trojan (RAT) สำหรับระบบ Android ที่ถูกโปรโมตบนฟอรัมอาชญากรรมไซเบอร์ในรูปแบบ Malware-as-a-Service (MaaS) โดยผู้โจมตีเพียงสมัครสมาชิกและชำระค่าบริการ จะได้รับไฟล์ APK ที่สร้างขึ้นเฉพาะ พร้อมสิทธิ์เข้าถึง web control panel เพื่อควบคุมอุปกรณ์ที่ติดเชื้อได้ทันที ความสามารถรวมถึงการเข้าถึงข้อมูล, ควบคุมหน้าจอผ่าน VNC, ส่งข้อความ SMS/MMS, ดึงบันทึกการโทร และสั่งการระยะไกลได้แม้ไม่มีทักษะทางเทคนิค

    HyperRat ยังมาพร้อมฟังก์ชันขั้นสูง เช่น การสแกนรายชื่อแอปเพื่อลอกเลียนแบบด้วย phishing overlay ขโมยข้อมูลบัญชีธนาคาร, การส่งข้อความฟิชชิ่งเป็นจำนวนมากจากเครื่องของเหยื่อเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับจากผู้ให้บริการเครือข่าย และการเชื่อมต่อผ่าน Telegram bot เพื่อรับการแจ้งเตือนและสั่งงานอย่างแนบเนียน นอกจากนี้ยังมี APK Builder ที่ให้ผู้โจมตีสร้างแอปปลอมได้เอง โดยสามารถกำหนดชื่อ ไอคอน และความสามารถเพิ่มเติม เช่น SOCKS5 proxy หรือ WebView mode ได้ทันที

    นักวิจัยเตือนว่าการเติบโตของโมเดล MaaS เช่น HyperRat, PhantomOS และ Nebula กำลังลดอุปสรรคให้แม้แต่มือใหม่ก็สามารถเปิดปฏิบัติการสอดแนมหรือขโมยข้อมูลได้ง่ายขึ้น ผู้ใช้จึงควรหลีกเลี่ยงการติดตั้ง APK จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบสิทธิ์แอปพลิเคชันอย่างสม่ำเสมอ และระวังแอปที่ร้องขอสิทธิ์ระบบสูงโดยไม่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของภัยคุกคามมือถือที่มีความซับซ้อนมากขึ้น


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://hackread.com/hyperrat-android-malware-sold-spy-tool/

  • เกิดแคมเปญโจมตีขนาดใหญ่ที่มุ่งเป้าไปยังเว็บไซต์ WordPress ที่ใช้ปลั๊กอิน GutenKit และ Hunk Companion เวอร์ชันเก่า โดยบริษัทด้านความปลอดภัย Wordfence รายงานว่าได้สกัดกั้นความพยายามโจมตีมากถึง 8.7 ล้านครั้งภายในเวลาเพียงสองวัน (8 และ 9 ตุลาคม) ซึ่งการโจมตีนี้อาศัยช่องโหว่เก่าที่มีความรุนแรงระดับวิกฤต ( CVSS 9.8 ) ซึ่งช่วยให้ผู้โจมตีสามารถติดตั้งปลั๊กอินใดๆ ก็ได้โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ และอาจนำไปสู่การเรียกใช้โค้ดระยะไกล (RCE) บนเซิร์ฟเวอร์ได้ในที่สุด ช่องโหว่ดังกล่าวคือ CVE-2024-9234 ในปลั๊กอิน GutenKit (ซึ่งมีผู้ติดตั้งกว่า 40,000 ราย) และ CVE-2024-9707 กับ CVE-2024-11972 ในปลั๊กอิน Hunk Companion (มีผู้ติดตั้ง 8,000 ราย)

    จากการสังเกตข้อมูลการโจมตี Wordfence พบว่าแฮกเกอร์ใช้วิธีโฮสต์ปลั๊กอินอันตรายในรูปแบบไฟล์ .ZIP ชื่อ ‘up’ ไว้บน GitHub ภายในไฟล์นี้มีสคริปต์ที่ถูกปิดบังไว้ (obfuscated) ซึ่งหนึ่งในนั้นปลอมตัวเป็นส่วนประกอบของปลั๊กอิน All in One SEO เพื่อใช้ล็อกอินผู้โจมตีในฐานะผู้ดูแลระบบ (Administrator) โดยอัตโนมัติ เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้ผู้โจมตีสามารถคงสิทธิ์การเข้าถึง, ขโมยหรือลบไฟล์, และสั่งการรันคำสั่งต่างๆ บนเว็บไซต์ได้ ในกรณีที่ไม่สามารถยึดสิทธิ์ผู้ดูแลได้โดยตรง ผู้โจมตีมักจะติดตั้งปลั๊กอินที่มีช่องโหว่อีกตัวคือ ‘wp-query-console’ เพื่อใช้เป็นช่องทางในการทำ RCE แทน

    สิ่งที่น่ากังวลคือ ช่องโหว่ทั้งสามนี้มีแพตช์แก้ไขมานานเกือบหนึ่งปีแล้ว โดย Gutenkit 2.1.1 ถูกปล่อยออกมาในเดือนตุลาคม 2024 และ Hunk Companion 1.9.0 ในเดือนธันวาคม 2024 แต่ยังคงมีเว็บไซต์จำนวนมากที่ไม่ได้อัปเดต จึงขอแนะนำให้ผู้ดูแลเว็บไซต์ตรวจสอบและอัปเดตปลั๊กอินทั้งหมดให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดโดยด่วน


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://www.bleepingcomputer.com/news/security/hackers-launch-mass-attacks-exploiting-outdated-wordpress-plugins/

  • ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ได้ออกการอัปเดตด้านความปลอดภัยแบบ Out-of-Band เพื่อแก้ไขช่องโหว่ร้ายแรงใน Windows Server Update Service (WSUS) ที่หมายเลข CVE-2025-59287 มีคะแนน CVSS 9.8 และได้ถูกใช้โจมตี (Active Exploitation) ซึ่งช่องโหว่นี้เป็น Deserialization of Untrusted Data ที่ทำให้ผู้โจมตีจากระยะไกลสามารถส่ง Cookie ที่ฝังโค้ดอันตรายเข้ามาใน Endpoint GetCookie() เพื่อรันคำสั่งในสิทธิ์ SYSTEM ได้ทันที โดยมีสาเหตุจากการใช้งาน BinaryFormatter ที่มีความเสี่ยง ซึ่งไมโครซอฟท์ได้ยกเลิกไปแล้วใน .NET 9 เนื่องจากปัญหาด้านความปลอดภัย

    แพตช์ที่ปล่อยออกมาครอบคลุม Windows Server หลายเวอร์ชัน ได้แก่ 2012, 2012 R2, 2016, 2019, 2022 (รวมถึง 23H2 Server Core) และ 2025 โดยผู้ดูแลระบบต้องทำการรีบูตเซิร์ฟเวอร์หลังติดตั้งแพตช์ ซึ่งช่องโหว่ดังกล่าวถูกเพิ่มเข้าไปในฐานข้อมูล Known Exploited Vulnerabilities (KEV) ของ CISA แล้ว ในขณะที่นักวิจัยจากหลายหน่วยงาน เช่น Hawktrace, Eye Security และ Huntress ยืนยันว่ามีการใช้โจมตีจริง ทั้งในรูปแบบ Proof-of-Concept (PoC) และ Payload ขั้นสูงที่ซ่อนคำสั่งผ่าน Base64 และ ysoserial.net gadget chain เพื่อข้ามการตรวจจับ

    จากการวิเคราะห์ของนักวิจัยพบว่าผู้โจมตีใช้เทคนิคขั้นสูง เช่น การส่งคำสั่งผ่าน cmd.exe และ PowerShell เพื่อดึง Payload เพิ่มเติม รวมถึงการสแกนหา WSUS Endpoint ที่เปิดพอร์ต 8530/8531 ต่อสาธารณะ เพื่อดำเนินการ Remote Code Execution และขโมยข้อมูลผ่าน Webhook ภายนอก ถึงแม้การโจมตีอาจถูกจำกัด เนื่องจาก WSUS มักไม่ถูกเปิดสู่สาธารณะ แต่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าผู้ใช้งานต้องอัปเดตแพตช์โดยด่วนเพื่อป้องกันความเสียหาย พร้อมทั้งควรตรวจสอบ Log การเข้าถึง WSUS ที่ผิดปกติ และพิจารณามาตรการ เช่น การยกเลิกใช้ BinaryFormatter และการตรวจสอบ Input Validation เพื่อป้องกันความเสียหาย


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://securityaffairs.com/183830/security/cve-2025-59287-microsoft-fixes-critical-wsus-flaw-under-active-attack.html

  • บริษัท Meta เปิดตัวชุดเครื่องมือใหม่เพื่อช่วยผู้ใช้งาน WhatsApp และ Messenger ป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพออนไลน์และเพิ่มความปลอดภัยให้บัญชีผู้ใช้ใน Messenger ได้เริ่มทดสอบระบบตรวจจับข้อความหลอกลวงขั้นสูง ที่สามารถแจ้งเตือนเมื่อมีผู้ติดต่อใหม่ส่งข้อความต้องสงสัย พร้อมตัวเลือกให้ผู้ใช้ส่งข้อความล่าสุดเข้าระบบวิเคราะห์ของ AI เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายการหลอกลวง หากพบความเสี่ยง ระบบจะแจ้งเตือนและแนะนำการดำเนินการ เช่น การบล็อกหรือรายงานบัญชีดังกล่าว

    ขณะเดียวกัน Meta ได้เพิ่มการแจ้งเตือนใหม่ใน WhatsApp เมื่อผู้ใช้เริ่มแชร์หน้าจอกับผู้ติดต่อที่ไม่รู้จัก เพื่อป้องกันมิจฉาชีพที่พยายามหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสยืนยัน (OTP) หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร โดยระบบจะแสดงคำเตือนให้ผู้ใช้แชร์หน้าจอกับเฉพาะบุคคลที่ไว้วางใจได้เท่านั้น นอกจากนี้ WhatsApp ยังมีฟีเจอร์ “Safety Overview” ที่จะแสดงข้อมูลของกลุ่มใหม่ที่ผู้ใช้อาจถูกเพิ่มเข้าไปโดยไม่รู้จัก เช่น วันที่สร้างกลุ่ม จำนวนสมาชิก และคำแนะนำในการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกผ่านกลุ่มแชท

    Meta เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่ต้นปี 2025 บริษัทได้ปิดบัญชีมากกว่า 8 ล้านบัญชี ที่เชื่อมโยงกับศูนย์หลอกลวงในประเทศลาว กัมพูชา เมียนมา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และฟิลิปปินส์ รวมถึงลบเพจและบัญชีมากกว่า 21,000 รายการ ที่แอบอ้างเป็นฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อหลอกขอข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ Meta ยังร่วมมือกับ OpenAI ในการปิดศูนย์หลอกลวงในกัมพูชา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหลอกลงทุนคริปโทเคอร์เรนซี การชวนทำธุรกิจแชร์ลูกโซ่ และหลอกจ้างงานปลอมบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ตอกย้ำถึงความพยายามของ Meta ในการลดภัยหลอกลวงบนแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องทั่วโลก


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://www.bleepingcomputer.com/news/security/meta-launches-new-anti-scam-tools-for-whatsapp-and-messenger/

  • ทีมนักวิจัยจาก The Shadowserver Foundation พบว่าอุปกรณ์ WatchGuard Firebox กว่า 75,835 เครื่อง ที่เปิดเผยการเชื่อมต่อบนอินเทอร์เน็ตทั่วโลก มีช่องโหว่ร้ายแรงที่หมายเลข CVE-2025-9242 (CVSS 9.3) ที่อาจทำให้ผู้โจมตีสามารถรันโค้ดจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน โดยอุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่มีความเสี่ยงถูกใช้งานอยู่ในยุโรปและอเมริกาเหนือ โดยประเทศที่พบมากที่สุด ได้แก่ สหรัฐอเมริกา (24,500 เครื่อง) เยอรมนี (7,300 เครื่อง) อิตาลี (6,800 เครื่อง) สหราชอาณาจักร (5,400 เครื่อง) แคนาดา (4,100 เครื่อง) และฝรั่งเศส (2,000 เครื่อง)

    ช่องโหว่นี้เกิดขึ้นใน Fireware OS ของกระบวนการ iked ที่ทำหน้าที่จัดการ IKEv2 VPN หากผู้โจมตีส่งแพ็กเก็ตที่ออกแบบพิเศษมาถึงอุปกรณ์ Firebox ที่มีการเปิดใช้งาน Dynamic Gateway Peers จะทำให้ระบบเขียนข้อมูลไปยังพื้นที่หน่วยความจำที่ไม่ถูกต้องและเปิดช่องทางให้รันโค้ดอันตรายได้ โดยช่องโหว่นี้ส่งผลกระทบต่อ Firebox รุ่นที่ใช้งาน Fireware OS เวอร์ชัน 11.10.2 – 11.12.4_Update1, 12.0 – 12.11.3 และ 2025.1

    WatchGuard ได้ออกแพตช์แก้ไขแล้วในเวอร์ชัน 2025.1.1, 12.11.4, 12.5.13 และ 12.3.1_Update3 (B722811) พร้อมระบุว่าเวอร์ชัน 11.x ได้หมดระยะการสนับสนุน (End of Support) และจะไม่ได้รับอัปเดตอีกต่อไป โดยผู้ใช้งานจำเป็นต้องอัปเกรดเป็นเวอร์ชันที่ยังรองรับทันที สำหรับผู้ที่ใช้งาน Branch Office VPN แบบ Static Gateway Peers บริษัทแนะนำให้ใช้การตั้งค่าตามคู่มือ IPSec/IKEv2 เป็นมาตรการชั่วคราว แม้ปัจจุบันยังไม่พบการโจมตี (Exploited In-the-Wild) แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าด้วยจำนวนอุปกรณ์ที่เปิดใช้งานกว่า 75,000 เครื่อง ช่องโหว่นี้ถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อความมั่นคงปลอดภัยขององค์กรทั่วโลก จึงควรเร่งติดตั้งแพตช์เพื่อป้องกันความเสียหายโดยด่วน


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://www.bleepingcomputer.com/news/security/over-75-000-watchguard-security-devices-vulnerable-to-critical-rce/

  • แฮกเกอร์กำลังใช้แพลตฟอร์มวิดีโอยอดนิยมอย่าง TikTok เป็นช่องทางในการเผยแพร่มัลแวร์ขโมยข้อมูล (Information-Stealing Malware) โดยปลอมตัวมาในรูปแบบของคลิปวิดีโอสั้นที่อ้างว่าสอนวิธีการเปิดใช้งานซอฟต์แวร์และบริการต่าง ๆ ได้ฟรี เช่น Windows, Microsoft 365, Adobe Photoshop, Spotify Premium และ Netflix โดยเทคนิคที่ใช้ในการโจมตีนี้เรียกว่า “ClickFix” ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการโจมตีแบบ Social Engineering ที่จะหลอกล่อให้ผู้ใช้งานหลงเชื่อและรันสคริปต์หรือคำสั่งที่เป็นอันตรายด้วยตนเอง โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนการแก้ไขหรือเปิดใช้งานโปรแกรม

    วิธีการของแฮกเกอร์คือการแสดงชุดคำสั่งสั้น ๆ เพียงหนึ่งบรรทัดในวิดีโอ และแนะนำให้ผู้ชมนำไปรันบนโปรแกรม PowerShell ด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ (Administrator) เมื่อผู้ใช้งานทำตาม คำสั่งดังกล่าวจะเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ระยะไกลเพื่อดาวน์โหลดและรันสคริปต์อีกชุดหนึ่ง ซึ่งจะนำไปสู่การติดตั้งมัลแวร์ขโมยข้อมูล “Aura Stealer” ซึ่งมัลแวร์ตัวนี้มีความสามารถในการขโมยข้อมูลสำคัญหลากหลายประเภทที่บันทึกไว้ในเครื่อง เช่น รหัสผ่านจากเว็บเบราว์เซอร์, คุกกี้สำหรับยืนยันตัวตน, ข้อมูลกระเป๋าเงินดิจิทัล (Cryptocurrency Wallets) และข้อมูลสำคัญจากแอปพลิเคชันอื่น ๆ ก่อนจะส่งกลับไปยังแฮกเกอร์

    สำหรับผู้ที่เคยทำตามขั้นตอนจากวิดีโอเหล่านี้ ควรตระหนักว่าข้อมูลบัญชีทั้งหมดอาจจะถูกขโมยไปแล้วก็ได้ ดังนั้นจึงควรรีบดำเนินการเปลี่ยนรหัสผ่านของทุกบริการที่ใช้งานโดยทันที และเพื่อความปลอดภัยโดยทั่วไป ผู้ใช้งานไม่ควรคัดลอกข้อความหรือคำสั่งใด ๆ จากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือมาวางและสั่งรันในโปรแกรมประเภท Command Prompt, PowerShell หรือ Terminal โดยเด็ดขาด เนื่องจากการโจมตีแบบ ClickFix ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา และถูกใช้เป็นช่องทางในการกระจายมัลแวร์หลากหลายชนิดเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ทั้งการเรียกค่าไถ่และขโมยสินทรัพย์ดิจิทัล


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://www.bleepingcomputer.com/news/security/tiktok-videos-continue-to-push-infostealers-in-clickfix-attacks/

  • กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เปิดเผยการยึดคริปโทเคอร์เรนซีมูลค่ากว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 560,000 ล้านบาท) จากหัวหน้าเครือข่ายอาชญากรรมทางไซเบอร์ Prince Group ซึ่งดำเนินการหลอกลงทุนคริปโท (Crypto Investment Scam) หรือรู้จักกันในชื่อ Pig Butchering โดยเหยื่อจำนวนมากถูกหลอกให้โอนเงินผ่านแอปหาคู่ โซเชียลมีเดีย และแชตส่วนตัว โดยสร้างความไว้วางใจก่อนชักชวนร่วมลงทุนบนแพลตฟอร์มปลอม ก่อนโอนเงินไปยังบัญชีที่กลุ่มควบคุม

    เอกสารของศาลสหรัฐฯ ระบุว่าเครือข่าย Prince Group มีการจัดตั้งบริษัทเซลล์และบริษัทนอมินีกว่า 100 แห่งในกว่า 30 ประเทศ และบังคับแรงงานหลายพันคนให้อยู่ในค่ายที่ประเทศกัมพูชาเพื่อปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์ โดยมีการใช้ความรุนแรงและข่มขู่ไม่ให้หนีออกจากพื้นที่ ค่ายเหล่านี้ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงสูงและลวดหนาม ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางหลอกลวงเหยื่อและศูนย์บริการโทรศัพท์อัตโนมัติที่ใช้เบอร์โทรศัพท์นับล้านเบอร์ในการติดต่อเหยื่อทั่วโลก

    ผู้ต้องหาหลัก Chen Zhi (เฉิน จื้อ) หรือชื่ออังกฤษ Vincent ซึ่งเป็นประธานของ Prince Group ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี โดยมีบทบาทสำคัญในการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ บริหารค่ายแรงงาน ใช้เทคนิคฟอกเงินขั้นสูง เช่น “Spraying” และ “Funneling” เพื่อกระจายและปกปิดเส้นทางของคริปโทที่ได้จากการหลอกลวง นำเงินไปซื้อสินค้าหรู เช่น เรือยอชต์ เครื่องบินเจ็ต บ้านพักตากอากาศ และภาพวาดของ Picasso กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (OFAC) และรัฐบาลสหราชอาณาจักรได้ออกมาตรการคว่ำบาตร Chen Zhi และผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายอีก 146 ราย โดยสหรัฐฯ ประเมินความเสียหายจากการหลอกลงทุนออนไลน์รวมกว่า 16.6 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 ซึ่งส่วนใหญ่มีต้นทางจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://www.bleepingcomputer.com/news/security/us-seizes-15-billion-in-crypto-from-pig-butchering-kingpin/

  • มหาวิทยาลัย Harvard ได้ยืนยันว่าถูกโจมตีทางไซเบอร์ผ่านช่องโหว่ของ Oracle E-Business Suite (EBS) หลังกลุ่ม Ransomware Cl0p นำข้อมูลขนาดกว่า 1.3 เทราไบต์ไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ Data Leak บน Tor โดยมหาวิทยาลัยระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวกระทบเพียง “หน่วยงานธุรการขนาดเล็ก” และไม่มีหลักฐานว่าระบบหลักอื่นถูกเจาะ ขณะที่ Cl0p ประกาศบนหน้า Leak Site ว่ากำลังจัดเตรียมไฟล์และจะปล่อย Torrent ให้ดาวน์โหลดเร็ว ๆ นี้

    รายงานจาก Google Threat Intelligence Group (GTIG) และ Mandiant ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ Extortion ที่ใช้ช่องโหว่ Oracle EBS (CVE-2025-61882, CVSS 9.8) ซึ่งถูกแพตช์ไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ยังมีหลายองค์กรทั่วโลกตกเป็นเหยื่อ การโจมตีพบว่ามีการใช้ Zero-Day และอีเมลข่มขู่ผู้บริหาร โดยข้อมูลที่ถูกขโมยครอบคลุมด้านการเงิน ทรัพยากรบุคคล ลูกค้า ซัพพลายเออร์ และข้อมูลสินค้าคงคลัง

    กลุ่ม Cl0p เป็นที่รู้จักในฐานะ Ransomware-as-a-Service จากรัสเซียที่เน้นโจมตีเป้าหมายองค์กรขนาดใหญ่ (Big-Game Hunting) และใช้วิธีแบบ Double-Extortion คือทั้งเข้ารหัสไฟล์และข่มขู่เปิดเผยข้อมูล กลุ่มนี้เคยอยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งใหญ่หลายครั้ง เช่น MOVEit Transfer (2023), Accellion FTA (2020–2021) และ GoAnywhere MFT (2023) โดยก่อนหน้านี้ Cl0p เคยพุ่งเป้าโจมตีมหาวิทยาลัยและองค์กรชั้นนำมาแล้วทั่วโลก


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://securityaffairs.com/183379/security/harvard-university-hit-in-oracle-ebs-cyberattack-1-3-tb-of-data-leaked-by-cl0p-group.html

  • วันที่ 14 ตุลาคม 2568 ถือเป็นวันสิ้นสุดการสนับสนุน (End of Support – EOS) อย่างเป็นทางการของระบบปฏิบัติการ Windows 10 ซึ่งหมายความว่า Microsoft จะไม่ให้บริการอัปเดตซอฟต์แวร์ การสนับสนุนทางเทคนิค หรือแพตช์ความปลอดภัยฟรีอีกต่อไปแล้ว ส่งผลให้คอมพิวเตอร์หลายร้อยล้านเครื่องทั่วโลกที่ยังคงใช้งานระบบปฏิบัติการดังกล่าว ตกอยู่ในความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์ครั้งใหญ่ แม้ว่าอุปกรณ์จะยังสามารถทำงานได้ตามปกติ แต่การยุติการสนับสนุนหมายถึงจะไม่มีการออกอัปเดตความปลอดภัย (Security Patch) เพื่อแก้ไขช่องโหว่ใหม่ ๆ อีกต่อไป ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เหล่านี้กลายเป็นเป้าหมายที่ง่ายต่อการโจมตีจากมัลแวร์และกลุถ่มแฮกเกอร์ต่าง ๆ โดยข้อมูลล่าสุดจากหลายสำนัก เช่น Statcounter, TeamViewer และ Kaspersky ต่างชี้ตรงกันว่า ปัจจุบันยังมีอุปกรณ์ที่ใช้ Windows 10 อยู่มากกว่า 40% ของคอมพิวเตอร์ทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานองค์กรที่มีสัดส่วนสูงถึงเกือบ 60%

    สำหรับผู้ใช้ที่ไม่สามารถอัปเกรดไปยัง Windows 11 ได้ทันที Microsoft ได้เสนอทางออกชั่วคราวผ่านโปรแกรม “Extended Security Updates” (ESU) ซึ่งเป็นการซื้อการอัปเดตความปลอดภัยเพิ่มเติม โดยมีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ใช้ทั่วไปอยู่ที่ 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี และสำหรับผู้ใช้ในองค์กรอยู่ที่ 61 ดอลลาร์ต่อเครื่องในปีแรก ซึ่งราคาจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในทุกๆ ปี (สามารถซื้อได้สูงสุด 3 ปี) อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ใช้ในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ที่จะได้รับ ESU โดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงผู้ใช้ทั่วไปที่สามารถใช้คะแนน Microsoft Rewards แลกรับสิทธิ์ได้ ซึ่งมาตรการเหล่านี้ถูกมองว่าเป็นเพียงการซื้อเวลาเท่านั้น

    ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ได้ออกมาเตือนว่า โปรแกรม ESU เป็นเพียงมาตรการแก้ปัญหาระยะสั้นเท่านั้น สิ่งที่องค์กรต่างๆ ควรทำอย่างเร่งด่วนคือการวางแผนอัปเกรดหรือปลดระวาง (Decommission) อุปกรณ์ที่ใช้ Windows 10 ทั้งหมด โดยควรเริ่มต้นจากการสำรวจและจัดลำดับความสำคัญของอุปกรณ์ที่จัดการข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น ข้อมูลภายใต้กฎหมาย GDPR หรือข้อมูลทางการเงิน เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกโจมตีผ่านช่องโหว่ที่ไม่มีการแก้ไขอีกต่อไป การเพิกเฉยต่อการอัปเดตระบบในระยะยาวอาจนำไปสู่ความเสียหายทางธุรกิจที่ประเมินค่าไม่ได้


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://www.securityweek.com/windows-10-still-on-over-40-of-devices-as-it-reaches-end-of-support/

  • Oracle ออกประกาศแจ้งเตือนช่องโหว่ใหม่ที่มีผลกระทบต่อ Oracle E-Business Suite (EBS) ที่อาจทำให้แฮกเกอร์เข้าถึงข้อมูลสำคัญได้โดยไม่ต้องทำการยืนยันตัวตน ที่หมายเลข CVE-2025-61884 มีคะแนน CVSS : 7.5 (High Severity) และส่งผลกระทบต่อเวอร์ชัน 12.2.3 – 12.2.14

    ตามรายงานของ National Vulnerability Database (NVD) ช่องโหว่นี้ถูกจัดว่าเป็น Easily Exploitable Vulnerability ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงเครือข่ายผ่าน HTTP โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน สามารถเจาะมายัง Oracle Configurator และเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องได้ โดย Oracle ยืนยันว่าช่องโหว่นี้สามารถถูกโจมตีจากระยะไกลโดยไม่ต้องผ่านการล็อกอิน และแนะนำให้ผู้ใช้งานเร่งอัปเดตแพตช์ทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยง

    การแจ้งเตือนครั้งนี้มีขึ้นหลังจาก Google Threat Intelligence Group (GTIG) และ Mandiant เปิดเผยว่า ช่องโหว่ CVE-2025-61882 ใน Oracle EBS ถูกใช้โจมตีแบบ Zero-Day ต่อหลายองค์กร โดยพบการแพร่กระจายมัลแวร์ตระกูล GOLDVEIN.JAVA, SAGEGIFT, SAGELEAF และ SAGEWAVE แม้ยังไม่มีการยืนยันกลุ่มผู้โจมตีอย่างเป็นทางการ แต่มีความเชื่อมโยงกับ Cl0p Ransomware Group ที่เคยอยู่เบื้องหลังการโจมตีซัพพลายเชนครั้งใหญ่ในอดีต


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://thehackernews.com/2025/10/new-oracle-e-business-suite-bug-could.html

  • นักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์เปิดเผยกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ชื่อ UAT-8099 ซึ่งมีพฤติกรรมโจมตี Microsoft Internet Information Services (IIS) เพื่อทำ SEO Fraud และขโมยข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่าน ไฟล์การตั้งค่า และข้อมูลใบรับรองดิจิทัล โดยพบการติดเชื้อในหลายประเทศรวมถึง อินเดีย ไทย เวียดนาม แคนาดา และบราซิลครอบคลุมองค์กรด้านการศึกษา บริษัทเทคโนโลยี และผู้ให้บริการโทรคมนาคม โดยมุ่งเป้าไปยังผู้ใช้สมาร์ตโฟนทั้งระบบ Android และ iPhone

    กลุ่ม UAT-8099 จะสแกนหา IIS เซิร์ฟเวอร์ที่มีช่องโหว่หรือการตั้งค่าที่ไม่ปลอดภัย จากนั้นอัปโหลด web shell เพื่อสำรวจระบบและยกระดับสิทธิ์ผู้ใช้จนถึงระดับผู้ดูแลระบบ (Administrator) เพื่อเปิดใช้งาน Remote Desktop Protocol (RDP) เข้าควบคุมเครื่องที่ถูกบุกรุก พร้อมติดตั้งเครื่องมือ Cobalt Strike, SoftEther VPN, EasyTier และ Fast Reverse Proxy (FRP) เพื่อคงการเข้าถึงและป้องกันไม่ให้กลุ่มอื่นเข้ายึดระบบซ้ำ มัลแวร์ BadIIS จะถูกติดตั้งในขั้นตอนท้ายสุดเพื่อเปลี่ยนเส้นทางการค้นหาของ Google ไปยังเว็บไซต์โฆษณาผิดกฎหมายหรือการพนันออนไลน์

    มัลแวร์ BadIIS ที่ใช้โดยกลุ่ม UAT-8099 เป็นเวอร์ชันที่ถูกดัดแปลงเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับจากโปรแกรมป้องกันไวรัส โดยจะทำงานเมื่อมีคำขอจาก Googlebot หลอกระบบจัดอันดับผลการค้นหา (SEO) ผ่านเทคนิค “Backlinking” สร้างลิงก์ปลอมจำนวนมากเพื่อเพิ่มอันดับของเว็บไซต์เป้าหมายในผลการค้นหา Google และสร้างรายได้จากโฆษณาหรือเว็บพนัน ทั้งนี้ Talos เตือนว่าแม้เทคนิคนี้จะอิงหลักการ SEO ปกติ แต่การเชื่อมโยงลิงก์คุณภาพต่ำในปริมาณมากอาจทำให้เว็บไซต์ถูกลดอันดับหรือถูกแบนโดย Google ในระยะยาว


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://thehackernews.com/2025/10/chinese-cybercrime-group-runs-global.html

  • ทีมนักวิจัยจาก ESET เตือนผู้ใช้งานสมาร์ตโฟน Android ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) หลังพบแคมเปญแพร่กระจาย Spyware ที่ปลอมเป็นแอปชื่อ Signal และ ToTok โดยมีการพัฒนาเป็นไฟล์ APK ให้ผู้ใช้ติดตั้งเองจากเว็บไซต์ปลอมและแหล่งดาวน์โหลดบุคคลที่สาม ที่หลอกเลียนแบบหน้าร้านและโลโก้ของบริการจริง เพื่อหลอกให้ผู้ใช้งานหลงเชื่อและติดตั้งลงบนเครื่อง

    มัลแวร์ที่ค้นพบประกอบด้วย 2 กลุ่ม ได้แก่ ProSpy (Android/Spy.ProSpy) ที่มาในรูปแบบปลั๊กอิน Signal ปลอมและ ToTok Pro Add-on และ ToSpy (Android/Spy.ToSpy) ที่ปลอมตัวเป็นแอป ToTok โดยตรง ทั้งสองสามารถขโมยข้อมูลหลากหลายประเภท เช่น ข้อมูลอุปกรณ์ ข้อความ SMS รายชื่อผู้ติดต่อ รายชื่อแอปที่ติดตั้ง ไฟล์ รวมถึง Chat Backup ของผู้ใช้ โดย ToSpy ถูกออกแบบมาให้มุ่งเป้าไปที่ไฟล์สำรองข้อมูลของ ToTok โดยเฉพาะเพื่อดึงประวัติการสนทนาไปยัง Command & Control (C2) Server ของผู้โจมตี

    ESET ระบุว่าการโจมตีนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากมีการพบตัวอย่างมัลแวร์ย้อนหลังไปถึงกลางปี 2022 และยังมีเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานอยู่จริงในปี 2025 ความเสี่ยงสำคัญคือแอปปลอมเหล่านี้บางเวอร์ชันจะเปลี่ยนชื่อและไอคอนเป็น Google Play Services หลังติดตั้ง เพื่อซ่อนตัวจากผู้ใช้ ทำให้ยากต่อการสังเกตและลบออก นักวิจัยแนะนำให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดแอปจาก Official App Store เท่านั้น ปิดการติดตั้งจากแหล่งที่ไม่รู้จัก และเปิดใช้งาน Google Play Protect อยู่เสมอ ปัจจุบัน Google ได้อัปเดตให้ Play Protect บล็อก Spyware ตระกูลดังกล่าวโดยอัตโนมัติแล้วบนอุปกรณ์ Android ที่รองรับ


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://hackread.com/spyware-fake-signal-totok-apps-uae-android-users/

  • Apple ปล่อยอัปเดต iOS และ macOS เพื่อแก้ไขช่องโหว่ CVE-2025-43400 ในระบบประมวลผลฟอนต์ (FontParser) ซึ่งอาจทำให้เกิดการเขียนข้อมูลเกินขอบเขตหน่วยความจำ (Out-of-Bounds Write) ส่งผลให้แอปพลิเคชันหยุดทำงานกะทันหัน ทำให้ระบบทำงานผิดปกติหรืออาจนำไปสู่การรันโค้ดอันตราย ผู้โจมตีสามารถสร้างไฟล์ฟอนต์ที่เมื่อถูกโหลดโดยแอปหรือระบบอาจทำให้หน่วยความจำเสียหายและเปิดทางให้เข้าควบคุมอุปกรณ์ได้

    การอัปเดตครั้งนี้ครอบคลุม iOS/iPadOS 26.0.1, 18.7.1, macOS 26.0.1, 15.7.1, 14.8.1 และ visionOS 26.0.1 รองรับอุปกรณ์ตั้งแต่ iPhone 11 ขึ้นไป, iPad Pro 12.9 นิ้ว รุ่นที่ 3 และใหม่กว่า, iPad Pro 11 นิ้ว รุ่นที่ 1 และใหม่กว่า, iPad Air รุ่นที่ 3 และใหม่กว่า, iPad รุ่นที่ 8 และใหม่กว่า และ iPad mini รุ่นที่ 5 และใหม่กว่า โดยข้อมูลจาก Malwarebytes ระบุช่องโหว่ลักษณะนี้มีความอันตราย เนื่องจากฟอนต์เป็นไฟล์ที่ใช้งานทั่วไปและถูกประมวลผลโดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจเป็นจุดโจมตีที่ผู้ใช้ไม่ทันระวัง

    แม้ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานยืนยันการนำช่องโหว่นี้ไปใช้โจมตีในวงกว้าง ผู้ใช้และผู้ดูแลระบบควรรีบอัปเดตอุปกรณ์เพื่อป้องกันความเสี่ยง หลีกเลี่ยงการติดตั้งฟอนต์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบสิทธิ์ของแอปที่สามารถโหลดไฟล์จากภายนอก และติดตามประกาศจากผู้ผลิตซอฟต์แวร์เพื่อรับแพตช์เหรือคำแนะนำเพื่อลดความเสี่ยง


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://securityaffairs.com/182835/security/apple-urges-users-to-update-iphone-and-mac-to-patch-font-bug.html

  • นักวิจัยด้านความปลอดภัยไซเบอร์ได้ออกมาเตือนภัยถึงมัลแวร์โทรจันประเภทโจรกรรมข้อมูลทางการเงินบน Android ตัวใหม่มีชื่อว่า “Datzbro” โดยถูกใช้ในแคมเปญหลอกลวงที่มุ่งเป้าผู้สูงอายุผ่านกลุ่มและโพสต์โฆษณากิจกรรมการท่องเที่ยวหรือการนัดพบปะเพื่อทำกิจกรรมทางสังคม บน Facebook ซึ่งข้อมูลจากบริษัท ThreatFabric ระบุว่าแคมเปญถูกพบครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2025 หลังจากมีผู้เสียหายในประเทศออสเตรเลีย และพบว่ามีเป้าหมายในหลายประเทศรวมทั้ง สิงคโปร์ มาเลเซีย แคนาดา แอฟริกาใต้ และอังกฤษ ผู้โจมตีใช้เนื้อหาและภาพที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ จากนั้นชักชวนเหยื่อผ่าน Facebook Messenger หรือ WhatsApp ให้ดาวน์โหลดไฟล์ APK จากลิงก์ปลอมซึ่งเมื่อติดตั้งแล้วจะลงมัลแวร์หรือดรอปเปอร์ที่ออกแบบมาหลบเลี่ยงการป้องกันของ Android 13 ขึ้นไป

    ความสามารถของ Datzbro ครอบคลุมตั้งแต่การบันทึกเสียง ถ่ายภาพ เข้าถึงไฟล์ การบังคับอุปกรณ์ระยะไกล (device takeover) ไปจนถึงการโจมตีแบบ overlay และ keylogging โดยมุ่งเก็บข้อมูลล็อกอิน แอปธนาคาร รหัส PIN และข้อมูลที่เกี่ยวกับกระเป๋าเงินคริปโตฯ โทรจันตัวนี้ยังใช้บริการ Accessibility ของ Android เพื่อทำการกระทำแทนผู้ใช้ และมีฟีเจอร์พิเศษที่ส่งข้อมูลโครงร่างองค์ประกอบบนหน้าจอให้ผู้โจมตีสามารถจำลองและควบคุมการแสดงผลจากระยะไกลได้ นอกจากนี้นักวิจัยยังพบร่องรอยข้อความดีบักเป็นภาษาจีนและการเชื่อมต่อกับระบบควบคุม (C2) ที่เป็นแอปเดสก์ท็อปภาษาจีน ซึ่งบ่งชี้ว่ากลุ่มผู้พัฒนาเป็นผู้ใช้ภาษาจีนและโค้ดบางส่วนของ C2 ถูกเผยแพร่สู่สาธารณะแล้ว ทำให้มีความเป็นไปได้ที่มัลแวร์จะถูกนำไปใช้ต่อในวงกว้าง

    ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้ประชาชนระมัดระวังโฆษณาอีเวนต์ หรือกลุ่มที่ชักชวนให้ดาวน์โหลดแอปนอกสโตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการติดต่อมาเป็นการส่วนตัวทาง Messenger/WhatsApp โดยคำแนะนำเบื้องต้นคือ อย่าติดตั้งไฟล์ APK จากลิงก์ที่ไม่เชื่อถือ เปิดใช้ Google Play Protect และอัปเดตระบบปฏิบัติการเป็นประจำ ตรวจสอบแหล่งที่มาของแอปก่อนติดตั้ง และหากมีความสงสัยควรขอความช่วยเหลือจากธนาคารหรือหน่วยงานด้านความมั่นคงไซเบอร์ของประเทศ ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนการพัฒนาแนวทางโจมตีที่มุ่งใช้วิธี social engineering โดยอาศัยความไว้ใจของกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก จึงจำเป็นต้องเพิ่มการรณรงค์ให้ความรู้และมาตรการป้องกันสำหรับผู้สูงอายุเป็นพิเศษ


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://thehackernews.com/2025/09/new-android-trojan-datzbro-tricking.html

  • องค์การตำรวจสากล (Interpol) แถลงเมื่อวันศุกร์ว่า การปฏิบัติการนานาชาติ Operation Contender 3.0 ซึ่งดำเนินการเป็นเวลา 2 สัปดาห์ใน 14 ประเทศทั่วแอฟริกา โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมทางไซเบอร์ได้ จำนวน 260 ราย โดยเครือข่ายที่ถูกปราบปรามนี้ เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงให้รักทางออนไลน์ (romance scam) และการข่มขู่กรรโชคทางเพศ หรือการรีดไถเงินจากภาพลับ (sextortion) ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายรวมราว 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีผู้ตกเป็นเหยื่อกว่า 1,500 คน เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลาง เช่น อุปกรณ์เก็บข้อมูล ซิมการ์ด เอกสารปลอม และรื้อถอนโครงสร้างพื้นฐานไซเบอร์ผิดกฎหมายกว่า 80 แห่งทั่วภูมิภาค

    ข้อมูลจาก Interpol ระบุว่า ในกานา เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ 68 ราย ยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 835 รายการ และพบว่ามีผู้เสียหาย 108 ราย สูญเงินรวมกว่า 450,000 ดอลลาร์ โดยสามารถระงับการทำธุรกรรมและกู้คืนเงินได้บางส่วน ประมาณ 70,000 ดอลลาร์ ขณะที่ในเซเนกัล ตำรวจจับกุมผู้ต้องหา 22 รายที่ฉ้อโกงเหยื่อกว่า 120 คนผ่านโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มหาคู่ต่าง ๆ มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 34,000 ดอลลาร์ ส่วนในโกตดิวัวร์ พบผู้ต้องหา 24 ราย มีผู้ตกเป็นเหยื่อกว่า 800 คน ที่ถูกหลอกให้ส่งภาพลับก่อนนำไปข่มขู่เรียกเงินค่าไถ่ และในแองโกลา จับกุมผู้ต้องหา 8 รายที่ใช้โซเชียลมีเดียหลอกลวงเหยื่อทั้งในและต่างประเทศรวม 28 คน

    นอกจากนี้ยังมีหลายประเทศเข้าร่วมความร่วมมือ เช่น ไนจีเรีย แอฟริกาใต้ ยูกันดา และแซมเบีย โดยได้รับการสนับสนุนด้านการสืบสวนจากบริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์อย่าง Group-IB และ Trend Micro โดยเจ้าหน้าที่ Interpol ย้ำว่า การขยายตัวของแพลตฟอร์มออนไลน์กำลังเพิ่มช่องทางให้เครือข่ายอาชญากรหาประโยชน์จากผู้ใช้ทั่วโลก ซึ่งสร้างทั้งความสูญเสียทางการเงินและผลกระทบทางจิตใจ พร้อมยืนยันว่าจะร่วมมือกับประเทศสมาชิกและภาคเอกชนเพื่อสกัดจับและทลายกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปฏิบัติการดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนปราบปรามขนาดใหญ่ในแอฟริกา “Operation Serengeti 2.0” ที่จับกุมผู้ต้องหากว่า 1,200 คน และสร้างความเสียหายรวมเกือบ 485 ล้านดอลลาร์จากเหยื่อเกือบ 88,000 คนทั่วภูมิภาค


    แหล่งข่าว https://www.thaicert.or.th/category/cybernews/

    แหล่งข่าว https://cyberscoop.com/interpol-operation-contender-3-africa/